Yosemite National Park รีวิวครบ จบ ในที่เดียว

Petchie

29 Apr 2019

เราเชื่อว่า Yosemite ต้องเป็น 1 ใน wishlist สถานที่ท่องเที่ยวของใครหลายๆคน ที่ชีวิตนี้จะต้องไปเยือนให้ได้สักครั้ง…เราก็เช่นกัน เคยคิดจะมาเยือนที่นี่เมื่อหลายปีมาแล้ว แต่ด้วยอะไรหลายๆอย่าง กว่าทุกอย่างจะลงตัว มาช้าดีกว่าไม่มาเนอะ หรือหลายๆคนอาจจะคุ้นชื่อ ยิ่งถ้าใครใช้ Mac แล้วหล่ะก็ ชื่อระบบปฏิบัติการต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Yosemite, High Sierra, El Capitan ล้วนมาจากที่นี่ทั้งนั้น
tunnel-view
Yosemite National Park เป็นอุทยานแห่งชาติของสหรัฐอเมริกา และถือว่าเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติด้วย ก่อนหน้านี้เมื่อหลายพันปี (อาจจะหมื่นปีด้วยซ้ำ) ที่นี่มีชนเผ่าพื้นเมืองอินเดียแดงชื่อว่า Ahwawhnee อาศัยอยู่บริเวณนี้มาก่อนที่ John Muir จะมาค้นพบที่นี่เมื่อปี 1868 Yosemite ตั้งอยู่ในรัฐ California มีเนื้อที่เกือบ 2 ล้านไร่ หุบเขาที่สลับซับซ้อนกันอย่างสวยงาม น้ำตก สัตว์ป่าต่างๆ เราสามารถพบได้ที่นี่หมดเลย และสามารถมาเที่ยวได้ทุกฤดู จะได้บรรยากาศและทัศนียภาพที่แตกต่างกันไป เจ๋งใช่มั้ยหล่ะ?
yosemite-panoranic-view
"นี่เป็นน้อง wolf ที่เราเจอตอนขับรถเลย มาใกล้มากๆ เราเจอกวางเป็นฝูงอีกด้วย แต่ไกลเลยไม่ได้ถ่ายมาดีๆ ขอซึบซับด้วยตาตัวเองดีกว่า ที่นี่ค่อนข้างอุดมสมบูรณ์มาก สัตว์ป่าอาศัยอยู่ประมาณ 80-90% ของพื้นที่ทั้งหมดเลย"
wolf

เที่ยวกี่วันดี?

yosemite-map
อาจจะต้องถามกลับก่อนว่า อยากมาทำอะไรที่นี่? เพราะที่นี่สามารถเที่ยวได้ตั้งแต่ 1 day trip ไปจนถึงเป็นสัปดาห์เลยก็มี

1 วัน เหมาะสำหรับคนที่มีเวลาไม่มาก ต้องการมาเที่ยวแค่ highlight ต่างๆของที่นี่ ถ่ายรูปกับจุดชมวิว หากมาแต่เช้าตรู่ และเป็นวันที่อากาศดี ก็น่าจะสามารถเก็บได้หลายจุดอยู่ แต่หากอยากจะเดิน trail หรือ hiking ตามจุดต่างๆ แนะนำให้มานานกว่านั้น เพราะบางจุดใช้เวลาเดินไปกลับหลายชั่วโมง จะเหนื่อยเอาเปล่าๆ

สำหรับเราๆใช้เวลาที่นี่ 4 วันด้วยกัน ถือว่าเป็นวันเดินทางไปซะ 2 วันแล้ว เราขับมาจาก Lake Tahoe ซึ่งใช้เวลาประมาณ 4-6 ชั่วโมง และวันกลับขับตรงไป LA เลย ซึ่งก็ใช้เวลานานไม่แพ้กัน เราใช้เวลาที่นี่ 2 วันเต็ม แต่เน้นความพอใจของตัวเองเป็นหลัก ชิลๆไม่เร่งรีบ และโชคดีกว่าส่วนใหญ่อากาศดีทั้งหมด มีฝนตกไปครึ่งวัน แต่ก็ยังเที่ยวได้อยู่
D1 : Lake Tahoe – Yosemite National park เข้าทาง Arch rock แวะ Yosemite Village กินข้าวที่ Base camp – เข้าที่พักที่ Yosemite West
D2 : (ช่วงเช้าอากาศไม่ดีฝนตก) Breakfast at Big Tree lodge – Mariposa Grove – Swinging bridge loop – Tunnel View – Yosemite village – Yosemite fall (lower) - Cook’s meadow loop – El capitan view point
D3 : Yosemite west – Tunnel view – Bridalveil fall - Half dome village - Mirror lake trail – Vernal fall footbridge – Yosemite Village – Tunnel view (sunset)
D4 : Back to LA

ไปยังไง?

วิธีที่ดีที่สุดในการมาเที่ยว National park สำหรับเราคงหนีไม่พ้นการขับรถนี่แหละ เพราะจากประสบการณ์ เราว่าเป็นอะไรที่คล่องตัวดี สามารถหยุดพักได้เมื่อเหนื่อย ชิวได้ เร่งได้ตามชอบ ในนี้มีบริเวณสวยๆให้หยุดถ่ายรูปเยอะมาก และจะไม่สามารถทำได้เลยถ้าไม่มีรถ

แต่ถ้าหากว่าไม่มีรถ นั่นไม่ใช่ปัญหา มาได้แน่นอนจ้า มี shuttle bus ที่วิ่งมาที่ Yosemite ทุกวันจากหลายๆเมือง ชื่อว่า YARTs สามารถเข้าไปดูรายละเอียดได้ที่นี่เลย โดยการเที่ยวใน park จะมี free shuttle bus วิ่งเป็น loop ตั้งแต่เช้าถึงมืด จอดตาม stop ต่างๆ ซึ่งส่วนมากจะครอบคลุมที่เที่ยวและtrailต่างๆเกือบหมดเลย ยกเว้นการเดินทางไป Mariprosa Grove Trail
อย่างที่บอกไปว่าที่นี่ใหญ่มาก เลยมีทางเข้าได้ถึง 5 ทาง คือ Hetch Hetchy entrance, Bog Oak Flat entrance, Arch Rock Entrance, South Entrance, Tioga Pass Entrance จะเข้าทางไหนขึ้นอยู่กับว่าเราขับมาจากทางไหน แนะนำว่าตาม Google map ไปนั่นแหละจ้า ตอนขับเข้ามาเหมือนวนไปตามเขานานมาก เหมือนเราขับเข้ามาในหุบเขาแล้วมีเมืองเล็กๆอยู่ตรงกลางอะไรประมาณนี้

ค่าเข้า (Entrance fees)

รถยนต์ คันละ 35$ (รวมผู้โดยสารในรถ)
Motorbike คันละ 30$
จักรยาน ม้า เดินเท้า รถตู้คันใหญ่ คนละ 20$
อยู่ใน park ได้ 7 วัน อื่นๆดูได้จากที่นี่

เว็บไซต์ที่ควรเช็คก่อนไปคือ National park service website ที่คอยอัพเดทข้อมูลเส้นทางต่างๆของอุทยาน ว่ามีเส้นไหนปิด หรือมีอุบัติเหตุอะไรเกิดขึ้นรึป่าว และที่สำคัญเช็คด้วยว่ามี chain requirement หรือต้องพกโซ่ที่ใช้กับล้อรถด้วยหรือไม่ บางทีหิมะตกหนัก หรือถนนบางเส้นจำเป็นต้องใช้ ถ้าโดนเรียกตรวจแล้วไม่มีจะโดนปรับบานเลย โซ่สามารถซื้อได้ทั่วไปเลย เช่น Autozone Raileys Walmart เราแนะนำให้ซื้อที่ๆมีสาขาเยอะๆ เพราะถ้าสุดท้ายไม่ได้ใช้ ให้เอาของกับใบเสร็จไป refund ได้

พักที่ไหนดี?

เนื่องจากที่นี่เป็นอุทยานที่มีขนาดใหญ่มาก บางจุดใช้เวลาขับรถไปร่วมชั่วโมง ที่พักจึงมีหลายจุด ไม่ว่าจะเป็น
Yosemite Valley ตรงนี้ถือว่าเป็น center ของที่นี่เลย Visitor center ก็อยู่ที่นี่ มี Valley store ขายอาหาร ของสด ของที่ระลึก มีโรงแรม Yosemite Valley Lodge และ The Majestic Yosemite hotel ข้อดีของการพักบริเวณนี้คือ มีสัญญาณโทรศัพท์และมี wifi บริเวณที่เที่ยวต่างๆก็ไม่ไกลจากที่นี่ สามารถดูที่พักได้จากลิ้งค์นี้เลย **คำเตือนบริเวณนี้ไม่มีปั๊มน้ำมัน กะน้ำมันให้ดีนะจ๊ะ ปั๊มน้ำมันจะมี Wawona, Crane Flat และ El Portal
Half dome village อีกหนึ่ง area ที่ไม่ไกลจาก Valley ตรงนี้จะเห็น half dome ได้ชัดเจนเลยเป็นที่มาของชื่อ ที่พักบริเวณนี้จากที่เราเห็นจะเป็นบ้านพักของทางอุทยาน เป็นบ้านหลังเล็ก มีฮีตเตอร์ และห้องน้ำรวม มีร้านอาหาร ร้านขายอุปกรณ์เดินป่า และลานกิจกรรมด้วย อารมณ์มาเข้าค่ายเลย บริเวณนี้ไม่มี wifi สัญญาณโทรศัพท์อ่อนแอ มาๆไปๆ ทั้ง 2 บริเวณนี้จะมี campground สำหรับกางเต้นท์และรถ RV ด้วย
Modified map from https://www.myyosemitepark.com/park/national-park-maps
ถัดมาอีกฝั่งเลย Yosemite west เราพักบริเวณนี้ จะเป็นโซนของบ้านพักเป็นหลักๆ มีหลายห้องนอน มีห้องครัว ห้องนั่งเล่นครบครัน สามารถดูได้จากเว็บไซต์นี้ บ้านบางหลังจะไม่มี wifi นะ แนะนำให้ดูอย่างละเอียดก่อนจอง (ซึ่งบ้านที่เราพักไม่มีไง 555) ถ้าพักบริเวณนี้จะใช้เวลาขับรถประมาณ 30-40 นาทีไปถึง Yosemite Valley เป็นถนนเลียบเขาไปเรื่อยๆ บริเวณนี้ค่อนข้าง private กว่าสองที่ๆกล่าวมา และไม่มีสัญญาณโทรศัพท์เลยแม้แต่ขีดเดียว มาอยู่กับธรรมชาติโดยแท้จริง
Chateau Royal East
เราพักบ้านที่ชื่อว่า Chateau Royal East บ้านใหญ่มาก 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ นอนได้ประมาณ 8 คน มีครัวพร้อมเลย ห้องนั่งเล่นกว้าง แบบอยู่สบายยิ่งกว่าบ้าน เสียอย่างเดียวไม่มี wifi แต่ก็ถือเป็นข้อดีนะ detox เลิกเล่น social media สักพัก อยู่กับตัวเอง เพื่อน และธรรมชาติก็ดีเหมือนกัน

Wawona อีกหนึ่งบริเวณที่มีที่พักในอุทยาน อยู่ไม่ไกลจาก south entrance มีโรงแรมชื่อ Big Tree lodge เรามากิน breakfast ที่นี่ ถือว่าโอเคเลย โรงแรมออกแนวหรูๆคันทรีๆนิดนึง จากตรงนี้ขับไปถึง Yosemite Valley ประมาณ 1 ชั่วโมง ข้อดีตรงนี้คือมีปั้มน้ำมัน!! มีร้านสะดวกซื้อเล็กๆ

กินอะไรดี?

homecooked
ถ้าหากที่พักมีครัว เราแนะนำว่าซื้ออาหารมาทำเองดีที่สุด และควรซื้อเสบียงทั้งหลายมากักตุนตั้งแต่ก่อนเข้าอุทยาน เพราะในนี้ของแพง ราคา x2 ของทั่วไปเลย และทำเองยังไงก็ถูกปากเราที่สุด
หรือถ้าหากไม่ชอบทำ ก็มีร้านอาหารไว้รองรับเช่นกัน แต่ถ้าถามว่ารสชาติดีมั้ย? เอาเป็นว่ากินเพื่ออยู่ดีกว่า 555 พอกินได้นะ ร้านอาหารมีตามนี้เลย ขอแยกเป็นตามโซนที่พัก ขอรีวิวคร่าวๆเฉพาะอันที่ได้กินนะ
Yosemite Valley
- Degnan’s kitchen
- Village grill ขายเบอร์เกอร์และแซนวิช รสชาติโอเค ราคาไม่แรงมาก
- Base Camp eatery จะอยู่ในที่พัก Yosemite Valley lodge ที่นี่มี Starbucks ด้วยนะ อาหารมีทั้งเบอร์เกอร์ สลัด ข้าว เรามากินข้าวที่นี่ไป 2 รอบ ถามว่าอร่อยมั้ย ฮือออ เรียกว่าประทังชีวิตไปดีกว่า 555 ข้าวเป็น brown rice ที่ค่อนข้างแห้งมาก Orange chicken พอไหว ส่วนผักนี่กินเพื่อให้สารอาหารครบก็พอ 5555 T^T
- Mountain room ใน Yosemite Valley lodge
- The Majestic Yosemite Hotel (ร้านอาหารในโรงแรม)

Half dome Village
- Pavillion
- Pizza deck and bar
- Coffee corner
- Grill

Glacier point (ช่วงนี้ที่เราไปยังปิดอยู่ เพราะหิมะยังหนา)
- Snack stand

Wawona
- Big tree lodge อาหารเช้าจะมีเป็นเซตๆ ราคาโอเคเลย อร่อยด้วย
- Golf shop and snack stand
โอเคได้ข้อมูลเบื้องต้นกันไปแล้วเนอะ พอคิดภาพออกบ้างมั้ยเอ่ย? มาเที่ยว National park เราแนะนำให้ไปขอข้อมูลที่ visitor center สามารถสอบถามทุกอย่างได้เลย จากทุกที่ๆเราไปมา เค้าให้คำแนะนำได้ดีมากๆ สามารถให้ช่วยหาเส้นทางที่เหมาะสมกับเราได้ด้วย มาดูที่เที่ยวกันดีกว่าว่ามีที่ไหนที่ไม่ควรพลาดบ้าง!! เรามาเที่ยวในช่วง Springs นะจ๊ะ มาฤดูอื่นก็อาจจะแตกต่างกันไปบ้าง อากาศที่นี่ค่อนข้างแปรปรวน ควรเตรียมอุปกรณ์ต่างๆให้พร้อม

ไปเที่ยวที่ไหนบ้างดี?

Tunnel View

Tunnel view
จุดชมวิวที่สวยที่สุด และเป็นมุมมหาชนของ Yosemite ลอง Google คำว่า Yosemite National Park สิ รูปตรงบริเวณนี้จะขึ้นมาเต็มไปหมดเลย มุมนี้เราจะได้เห็นทั้ง El Capitan, Half Dome และ Bridalveil fall มีเรื่องเล่าว่าชนเผ่าพื้นเมืองได้ทำการเผาป่าจนได้มาเจอวิวสุดลูกหูลูกตาตรงนี้ ตอนใกล้ sunset จะมีตากล้องมือโปรและมือสมัครเล่น พร้อมใจกันมาปักหลักที่นี่ รอถ่ายแสงอาทิตย์ที่เปลี่ยนเป็นสีส้ม ตัดกับท้องฟ้าใกล้ค่ำที่เป็นสีม่วง ซึ่งเราไปสอบถามมา เค้าบอกแสงสวยๆไม่ได้มีทุกวันนะ ต้องรอลุ้นไปทุกเย็น

Bridalveil fall

น้ำตกขนาดใหญ่ที่เป็นอีกหนึ่ง landmark ของที่นี่ ช่วงที่เราไปนี้น้ำเยอะและแรงมาก จากตรงที่จอดรถร้อนๆ เดินเข้าไปถึงกับเย็นเลยทีเดียว ละอองน้ำก็แรงมากเช่นกัน ใช้เวลาเดิน loop ละประมาณ 20 นาที (0.8 km) ทางแบบง่ายมาก ทุกคนไปได้แน่นอน

Yosemite fall

Yosemite fall จะแบ่งเป็น 2 ส่วนคือ Upper และ Lower จากด้านหน้าน้ำตกจะเห็นชัดเลยแหละว่าน้ำตกมี 2 ส่วน ในส่วนของ lower ถ้าเดินรอบใช้เวลาประมาณ 20-30 นาที (1.7 km) ส่วนถ้าจะไป Upper ใช้เวลา 6-8 ชั่วโมง (11.6 km) โดยทางจะค่อนข้างชันและยาว เห็นใกล้ๆแต่เดินไกลเอาเรื่องนะเนี่ย แนะนำว่าควรใส่รองเท้าแบบ trekking เลย ช่วยเราได้มากๆ

Cook’s meadow loop

ตรงข้ามกับ Yosemite fall จะเป็นลานกว้างๆ สามารถเดินชมวิว ถ่ายรูปได้ มีมุมสวยๆเยอะมาก วันสุดท้ายเราเจอฝูงกวางที่นี่ด้วยแหละ

El Capitan

ตรงนี้เราไม่ได้ hiking ขึ้นไปนะ มาแค่ถ่ายรูป El Capitan Viewpoint อยู่ไม่ไกลจาก Yosemite Valley เลย เล็งวันที่อากาศดีๆจะเห็นได้ถึงยอดเลยหล่ะ

Mirror lake meadow

เป็น trail ที่ใช้เวลาเดินทั้ง loop ประมาณ 1 ชั่วโมง (3.2 km) โดยเราต้องขึ้น shuttle bus มาลงที่เบอร์ 17 ตรงนี้รถส่วนตัวจะไม่สามารถมาได้ ให้จอดที่ Yosemite Valley หรือว่า Half dome Valley แต่เราเนี่ยก็ดันไม่ได้เช็คว่า น้ำมันไม่ค่อยมีนะช่วงนี้ 555 เดินไปนี่คือแบบ ไหนหว่าภาพที่ภูเขาสะท้อนลงมาในทะเลสาบไม่มี๊ ไม่มี ฮ่าๆๆๆ และเราใช้เวลาเดินนานกว่าที่คิด ถ้าครบ loop อาจจะนานกว่าชั่วโมงนึงแน่ๆ คนส่วนใหญ่จะมาปิกนิคกินอาหารกลางวันและเล่นน้ำที่นี่กัน เราก็ถือว่ามาเดินเล่นพักผ่อนออกกำลังกาย

Vernal & Nevada falls

อีกหนึ่ง trail ยอดนิยมอยู่ติดกับ Mirror lake เลย โดยให้ลง shuttle bus stop 16 เส้นนี้จะแบ่งเป็น trail หลักๆ 3 อัน คือ Vernall fall footbridge (2.6km/1.5h) Vernall fall (3.9km/3h) Mevada Fall (8.7km/5-6h) โดยเราไปแค่ตรง footbridge เท่านั้น ซึ่งบอกเลยว่าทางค่อนข้างชันมากกว่า 45 องศา หลายช่วง เป็นทางขึ้นๆตลอด (ขากลับก็ลงๆเอา) แต่สำหรับเราไม่ได้เหนื่อยเลยนะ อากาศไม่ได้ร้อนเลยไปได้เรื่อยๆ แต่น้องเราคือเหนื่อยมาก เหนื่อยแบบไม่ไหวแล้ว ทิ้งชั้นไว้ตรงนี้เถอะ 55555

Mariprosa grove trail

อีกหนึ่งที่ๆไม่ควรพลาด ไหนๆมาที่นี่แล้วควรมาดูเจ้า Giant Sequoia ที่เป็นสนชนิดที่ใหญ่ที่สุดในโลก และมีมากในแถบนี้เท่านั้น โดยจุดนี้เพิ่งเปิดใหม่เมื่อปี 2018 หลังจากปิดปรับปรุงไปตั้งแต่ปี 2015 Trailนี้จะะอยู่มาทาง Wawona เมื่อมาถึงแล้วให้จอดรถและต่อ free shuttle bus ขึ้นไป ในนี้มี trail หลายอัน เดินง่าย เป็นทางไม้ที่ทำมาแล้ว แนะนำให้เดินเป็นอย่างน้อยนะ
Giant Sequoia จะมีในสวนอื่นของอุทยานอีกคือตรง Tuolumne grove และ Merced grove ซึ่งเราไม่ได้ไป

Swinging bridge loop

swinging-bridge-loop
Trail นี้แนะนำโดย Big tree lodge ที่เราไปกิน breakfast มา อยู่ไม่ไกลจากโรงแรมเลย เหมือนเป็น trail ลับเลย เพราะคนแทบไม่มี เจอไม่ถึง 5 คน 5555 มีสะพานข้ามแม่น้ำเล็กๆอันนึง ถ้าถามว่าสวยมั้ย อาจจะบอกว่าเฉยๆ เน้นความแบบลึกลับอะไรงี้มากกว่า แต่ถ้าหมีมาก็ตัวใครตัวมันนะ 555
นอกจากนี้ยังมี trail อื่นๆอีกนะ เช่น Glacier point, Half dome, El Capital แต่บางอันช่วงที่ไปปิดอยู่ เราอยากมาอีกทีช่วง summer เหมือนกันนะ คาดว่าจะมีอะไรให้ทำเยอะแยะเลย หวังว่ารีวิวอันนี้จะเป็นประโยชน์กับคนที่อยากไปเที่ยวที่นี่นะคะ ข้อมูลทั้งหมดเราเอามาจากเอกสารต่างๆแผ่นพับ หนังสือ ที่เค้าแจกในอุทยาน สุดท้ายนี้ถ้ามีข้อสงสัยอะไรส่งมาถามได้ตลอดเลยนะคะ ขอทิ้งท้ายไว้ด้วย Gallery รวมภาพจากที่นี่ รูปมันเยอะมาก อยากให้ดูทั้งหมดเลยเพราะสวยจริงๆ