รีวิวต่อวีซ่าท่องเที่ยวอเมริกาทางไปรษณีย์ ไม่ต้องไปสัมภาษณ์

16 June 2021

หากใครเคยทำวีซ่าท่องเที่ยว (B1/B2) ที่มีอายุ 10 ปีหรือวีซ่าผ่านแดน/ลูกเรือ C1/D ที่ยังไม่หมดอายุ หรือ หมดอายุไม่เกิน 48 เดือน (4ปี) นโยบายนี้มีผลบังคับใช้ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2564 (ปกติจะเป็นกรณีหมดอายุไม่เกิน 1 ปี) และเคยพิมพ์ลายนิ้วมือมาแล้ว เราสามารถทำวีซ่าทางไปรษณีย์ได้เลย ไม่ต้องไปสัมภาษณ์ที่สถานฑูตนะ รีวิวนี้จะมาบอกขั้นตอนต่างๆในการสมัครต่อวีซ่าทางไปรษณีย์โดยขอเน้นไปทางวีซ่าท่องเที่ยวนะคะ

คุณสมบัติการขอยื่นวีซ่าทางไปรษณีย์ (อ้างอิงจากเว็บไซต์สถานฑูต)

1. ข้าพเจ้าต้องการต่ออายุวีซ่าประเภท B1/B2 (ธุรกิจ/ท่องเที่ยว) หรือ C1/D (ผ่านแดน/ลูกเรือ) ที่ยังไม่หมดอายุ หรือ หมดอายุแล้วไม่เกิน 48 เดือน (สี่ปี) นโยบายนี้มีผลบังคับใช้ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2564 (ปกติจะหมดอายุไม่เกิน 12 เดือน)สำหรับวีซ่าประเภทอื่นๆ กรุณาจองนัดสัมภาษณ์กับทางสถานทูตฯ
2. ข้าพเจ้าอยู่ในประเทศไทยในขณะที่สมัคร
3. ข้าพเจ้าไม่ได้เกิด หรือถือหนังสือเดินทางของประเทศคิวบา เกาหลีเหนือ ซีเรีย ซูดาน หรือ อิรัก
4. วีซ่าที่ข้าพเจ้าเคยได้รับในครั้งก่อน ไม่ได้สูญหาย ถูกขโมย หรือถูกยกเลิก
• หากสูญหาย ถูกขโมย หรือถูกยกเลิก กรุณาจองนัดสัมภาษณ์กับทางสถานทูตฯ
5. ชื่อนามสกุล วันเดือนปีเกิด และสัญชาติที่ระบุอยู่บนหน้าหนังสือเดินทางเล่มปัจจุบันของข้าพเจ้าตรงกับข้อมูลในวีซ่าที่ข้าพเจ้าเคยได้รับในครั้งก่อน
• หากชื่อ และ/หรือ นามสกุลแตกต่างกับวีซ่าที่ท่านเคยได้รับในครั้งก่อน กรุณาแนบสำเนาใบเปลี่ยนชื่อ และ/หรือ นามสกุลที่ออกโดยหน่วยงานราชการ
• หากวันเดือนปีเกิด และ/หรือ สัญชาติไม่ตรงกับวีซ่าที่ท่านเคยได้รับในครั้งก่อน กรุณาจองนัดสัมภาษณ์กับทางสถานทูตฯ
6. ข้าพเจ้าได้รับวีซ่าครั้งก่อน ณ ขณะที่ข้าพเจ้ามีอายุ 14 ปีขึ้นไป และข้าพเจ้าเคยทำการพิมพ์ลายนิ้วมือครบทั้ง 10 นิ้ว ระหว่างที่เข้ารับสัมภาษณ์วีซ่าครั้งก่อน
• สถานทูตฯและสถานกงสุลสหรัฐฯ เริ่มทำการพิมพ์ลายนิ้วมือทั้ง 10 นิ้วตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2550
7. ข้าพเจ้าต้องการต่ออายุวีซ่าประเภทเดียวกันกับวีซ่าปัจจุบันที่ยังไม่หมดอายุ หรือวีซ่าที่เคยได้รับในครั้งก่อน
• สำหรับการต่ออายุวีซ่าประเภท B1/B2 (ธุรกิจ/ท่องเที่ยว) และ C1/D (ผ่านแดน/ลูกเรือ) วีซ่าล่าสุดที่ผู้สมัครได้รับต้องมีอายุการใช้งานเต็ม
• สำหรับการต่ออายุวีซ่าประเภท C1/D (ผ่านแดน/ลูกเรือ) ผู้สมัครต้องแนบจดหมายรับรองการทำงานจากบริษัท
• สำหรับผู้สมัครที่มีอายุต่ำกว่า14 ปี ต้องแนบสำเนาใบสูติบัตร และ สำเนาหน้าวีซ่าประเภท B1/B2 (ธุรกิจ/ท่องเที่ยว) ที่ยังไม่หมดอายุของบิดา หรือ มารดาท่านใดท่านหนึ่ง หรือทั้งสองท่าน หรือผู้ปกครองที่ถูกต้องตามกฎหมาย
8. ข้าพเจ้าต้องการต่ออายุวีซ่าสหรัฐฯกับสถานทูตฯหรือสถานกงสุลฯในเขตพื้นที่ที่ข้าพเจ้ามีถิ่นพำนักอาศัยอยู่ในปัจจุบัน ข้าพเจ้ารับทราบว่าข้าพเจ้าอาจได้รับการติดต่อเพื่อเข้ามาสัมภาษณ์วีซ่าที่สถานทูตฯ หรือสถานกงสุลฯ
9. วีซ่าล่าสุดที่ข้าพเจ้าได้รับไม่มีคำระบุใดๆ ในช่อง Annotation เช่น “Clearance Received” “Waiver Granted” หรือ “Fingerprints Waived”
10. วีซ่าล่าสุดที่ข้าพเจ้าได้รับอยู่ในหนังสือเดินทางเล่มปัจจุบัน หรือ อยู่ในหนังสือเดินทางเล่มเก่าของข้าพเจ้า ซึ่งข้าพเจ้าจะยื่นพร้อมใบสมัครทางไปรษณีย์
11. ข้าพเจ้าไม่เคยถูกปฏิเสธการเดินทางเข้าสหรัฐฯ
12. ข้าพเจ้าไม่เคยถูกปฏิเสธวีซ่าสหรัฐฯ หรือ หากข้าพเจ้าเคยถูกปฏิเสธวีซ่าสหรัฐฯมาก่อน ข้าพเจ้าได้รับการอนุมัติวีซ่าในภายหลัง ซึ่งเป็นวีซ่าประเภทเดียวกันกับที่ข้าพเจ้ากำลังต่ออายุ
13. ข้าพเจ้าตอบ “ไม่” (No) ในส่วนของคำถามเกี่ยวกับความปลอดภัยและประวัติ (Security and Background) ในแบบฟอร์ม DS-160 ทุกข้อ  
ซึ่งถ้าหากเราขาดข้อใดข้อหนึ่งไป ต้องนัดสัมภาษณ์กับทางสถานทูตใหม่นะ ถ้าหากมีคุณสมบัติครบทุกข้อแล้ว อ่านขั้นตอนการต่อวีซ่าได้เลย
1. กรอกแบบฟอร์ม DS-160 ออนไลน์
2. สร้างโปรไฟล์ที่นี่ และชำระค่าธรรมเนียมวีซ่า หลังจากนั้นรอ 1 วันให้ระบบ Approved
3. พิมพ์แบบฟอร์มการยืนยันและเตรียมเอกสารส่งไปรษณีย์
4. ติดตามสถานการณ์ยื่นขอวีซ่า มักใช้เวลาประมาณ 10-15 วันทำการ

การกรอกแบบฟอร์ม DS-160

1. เข้าเว็บไซต์แล้วเลือกสถานที่ๆจะทำวีซ่า เลื่อนลงไปหา THAILAND จะมี BANGKOK / CHIANG MAI แล้วใส่ Code ที่เห็น ตามภาพคือ 5A39U หลังจากนั้นกด Start An Application
2. เราจะได้ Application ID มา อันนี้ต้องจดเก็บไว้นะ ซึ่งจะมีอายุ 30 วันให้เราเข้าไปกรอกได้ก่อนหมดอายุ ด้านล่างจะมี Security question ให้เราเลือกคำถามและคำตอบเอง โดยคำตอบนี้จะใช้ในการ login เข้า application ทุกครั้ง
ถ้าหากเราเดินทางกับครอบครัวเราสามารถใช้ Application ID เดียวกันได้เลย หลังจากกรอกเสร็จคนแรกแล้ว ให้กดคำว่า Family Application หรือจะกรอกแยกกันก็ได้ เพื่อไม่เป็นการเสียเวลา ซึ่งเราให้ต่างคนต่างกรอก
3. กรอกข้อมูล โดยแบบฟอร์มจะแยกเป็น Catagories ตามนี้ ถ้ากรอกเสร็จ 1 part เราสามารถเซฟและlogout ได้
ถ้าหากว่าเราไม่เข้าใจคำถาม ให้เลือก Tool tip language มุมขวาบน เลือก THAI แล้วเอาเมาส์ไปวางตรงที่ต้องการจะแปล ระบบจะขึ้นคำแปลให้อัตโนมัติ
4. หลังจากกรอกเสร็จแล้ว ให้เรา save และปริ้น DS-160 Confirmation ออกมาและเราแนะนำให้ save Application ออกมาเก็บไว้ด้วย (ไม่สามารถมาทำทีหลัง)

ขั้นตอนการสร้างโปรไฟล์

1. เข้าไปเว็บไซต์นี้ ในกรณีที่ยังไม่มี Account ให้สร้างใหม่ได้เลย
2. มุมซ้ายบน เลือกการสมัครขอวีซ่าใหม่
ในขั้นตอนนี้หากเรากรอก Application แยกกันกับสมาชิกในครอบครัว ให้มาเพิ่มตรงนี้ โดยกดคำว่าผู้สมัครที่เป็นบุตร
หลังจากนั้นจะมีคำถามเช็คว่าเรามีคุณสมบัติในการยื่นวีซ่าทางไปรษณีย์หรือไม่ ถ้าหากผ่านขั้นตอนนี้แล้ว เราจะถึงขั้นตอนการชำระเงิน

ขั้นตอนการชำระเงิน

ราคาวีซ่าท่องเที่ยวจะอยู่ที่ 160 USD (ประมาณ 4,960.- ขึ้นกับอัตราแลกเปลี่ยนในช่วงนั้น) โดยสามารถชำระได้ 2 ทาง
- ชำระเงินสดที่ธนาคารกรุงศรีอยุธยา โดยให้พิมพ์ใบนำฝากเงินของธนาคาร ไป ต้องกรอก Virtual Account ID และ เลขที่อ้างอิง CGI (ถ้าหากไม่แน่ใจไปถามที่ธนาคารได้เลย)
ข้อดี : รอ Approved แค่ 1 วัน ไม่มีค่าธรรมเนียม
ข้อเสีย : เสียเวลาไปธนาคาร
- โอนเงินด้วยระบบระบบอิเล็กทรอนิกส์ - Electronic Funds Transfer (EFT)
ธนาคารผู้รับเงิน: Bank of America N.A., Bangkok Branch
SWIFT CODE: BOFATH2X
Bank Sort Code: 0270001
เลขที่อ้างอิง: เลขที่อ้างอิง Virtual Account ID ของผู้สมัคร
จำนวน: xxx.00 กรุณาชำระเป็นเงินบาทเท่านั้น
ข้อดี : สะดวก
ข้อเสีย : มีค่าธรรมเนียม รอ Approved ประมาณ 2 วัน ต้องมี Internet Banking 
เหมือนเราคุ้นๆว่าตอนเราทำเมื่อ 10 ปีที่แล้ว มันมีให้จ่ายผ่านบัตรเครดิตได้ด้วย เพราะเราไม่ได้ไปโอนที่ธนาคาร แต่ตอนนี้ไม่มีแล้ว และประมาณเที่ยงของวันถัดไป จะมีอีเมลล์ส่งมาบอกว่าการชำระเงินได้รับการ Approved แล้ว ให้เข้าไป login และกดดำเนินการต่อ จะถึงหน้าจ่ายเงินที่เราค้างไว้ ตรงนี้ระบบจะใส่หมายเลขใบเสร็จรับเงินให้อัตโนมัติ และต่อไปจะถึงหน้าใบยืนยันการขอวีซ่าทางไปรษณีย์ ให้กดมุมขวาบนเพื่อพิมพ์ออกมา โดยให้พิมพ์จำนวนชุดเท่ากับจำนวนผู้ขอวีซ่า กรอกรายละเอียดและเตรียมเอกสารทั้งหมดให้ครบ

เอกสารที่ต้องใช้ในการยื่นขอวีซ่าทางไปรษณีย์

1. แบบฟอร์มยืนยันการสมัครวีซ่าทางไปรษณีย์ที่มีหมายเลข UID และ QR โค้ด
2. หนังสือเดินทางเล่มปัจจุบันของท่านซึ่งจะต้องมีหน้าว่างอย่างน้อยสองหน้าเพื่อการติดวีซ่า
3. หนังสือเดินทางเล่มเก่าที่มีวีซ่าสหรัฐฯที่ท่านได้รับล่าสุดซึ่งยังไม่หมดอายุ หรือ หมดอายุไม่เกิน 48 เดือน (หากวีซ่าดังกล่าวไม่ได้อยู่ในหนังสือเดินทางเล่มปัจจุบัน)
4. ใบยืนยันแบบฟอร์ม DS-160 ที่มีแถบบาร์โค้ด ซึ่งกรอกครบถ้วนและได้ทำการกดยืนยัน (submitted) ออนไลน์แล้ว
5. รูปถ่ายสี สองรูป (ขนาด 5x5 เซนติเมตร หรือ 2x2 นิ้ว พื้นหลังสีขาว มีอายุไม่เกินหกเดือน ไม่สวมใส่แว่นตา คอนแทคเลนส์สี หรือหมวก) การยื่นรูปถ่ายที่ขาดคุณสมบัติอาจมีผลให้กระบวนการต่ออายุวีซ่าของท่านล่าช้า และ
6. ใบเสร็จชำระค่าธรรมเนียมวีซ่า
7. สำเนาใบเปลี่ยนชื่อ และ/หรือ นามสกุลที่ออกโดยหน่วยงานราชการ (หากมีการเปลี่ยนแปลง)

หลังจากนั้นนำไปส่งที่ไปรษณีย์ไทยสาขาใหญ่ๆ ตามนี้ จะมีช่องสำหรับยื่นเอกสารวีซ่าอเมริกา โดยไม่ต้องเสียค่าส่ง อย่าลืมเก็บ tracking number ไว้ด้วย เอกสารเอาแค่ที่เค้าขอเท่านั้น อย่าส่งอะไรไปนอกเหนือจากนี้

การติดตามผล

สามารถติดตามผลได้ที่นี่ โดยกรอก Application ID ระบบจะขึ้นบอกสถานะว่าถึงขั้นตอนไหนแล้ว ซึ่งระหว่างนี้หากทางสถานฑูตต้องการเอกสารเพิ่มเติม หรือ ต้องไปพิมพ์ลายนิ้วมือ เค้าจะโทรติดต่อเบอร์มือถือที่เรากรอกในแบบฟอร์มไว้ค่ะ
หลังจากรอประมาณ 4-5 วัน เข้ามาเช็คในระบบอีกที จะขึ้นคำว่า Issued ก็คือวีซ่าออกแล้ว เราจะได้รับทั้งอีเมลล์และ sms แจ้งว่าได้ส่งพาสปอร์ตกลับมาให้เราแล้วพร้อมเลข tracking no. เป็นอันเรียบร้อย

อัพเดทรายละเอียดเพิ่มเติม คลิกดูที่เว็บไซต์นี้ได้เลย

หมายเหตุ


• การยื่นวีซ่าผ่านทางไปรษณีย์ไม่ได้เป็นการรับประกันว่าวีซ่าของท่านจะได้รับการอนุมัติ
• ในบางกรณี ผู้สมัครวีซ่าอาจได้รับการติดต่อให้มาเข้ารับการสัมภาษณ์วีซ่าที่สถานทูตฯหรือสถานกงสุลฯ อย่างเช่นในกรณีของผู้สมัครที่กรอกข้อมูลไม่สมบูรณ์ หรือยื่นเอกสารไม่ครบ โดยเจ้าหน้าที่สถานทูตฯหรือสถานกงสุลฯจะติดต่อท่านไปโดยตรงเพื่อแจ้งให้ทราบหากท่านจำเป็นต้องมาเข้ารับการสัมภาษณ์ หรือต้องยื่นเอกสารเพิ่มเติม
• การต่ออายุวีซ่าทางไปรษณีย์จะใช้เวลาประมาณ15 วันทำการ หากท่านมีความจำเป็นจะต้องเดินทางอย่างเร่งด่วน กรุณาจองนัดสัมภาษณ์กับทางสถานทูตฯ