อยากทำแต่ไม่อยากกิน Chef’s table กวนๆจากเชฟบิ๊กผู้แสนอารมณ์ดี

25th January 2021

ขึ้นแท่นร้านอาหารจองยากไปแล้วอีกหนึ่งร้าน กับ อยากทำแต่ไม่อยากกิน อ่านแล้วก็ ห้ะ นี่ชื่อร้านจริงๆหรอ บอกเลยว่า ใช่จ๊ะ นี่คือร้านลับๆที่ตั้งอยู่ในโรงพิมพ์ย่านเจริญราษฏร์ซึ่งเป็นกิจการของที่บ้านเชฟบิ๊ก อรรถสิทธิ์ พัฒนเสถียรกุล บอกเลยว่าทางมาถึงบ้านเชฟก็ว่างงแล้ว เล่นมีแยกเยอะไปหมด เข้ามาถึงนี่ก็งงต่อว่าไปทางไหน ซึ่งเชฟเนรมิตห้องเล็กๆในชั้น 2 ของบ้านมาเป็น Chef’s table แนว Classic French Cuisine พร้อมทั้งลากพี่ชายมาเป็นลูกมือแบบแกมบังคับด้วย (แต่ก็เต็มใจนะ อิอิ)
เชฟบิ๊กผู้เรียนจบจากนิเทศ จุฬาฯ และไปศึกษาต่อปริญญาโทที่ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ มีความใฝ่ฝันอยากเป็นเชฟมาตลอด ก่อนหน้านี้เคยทั้งฝึกงานและทำงานร้านอาหารมาหลายที่ทั้งในและต่างประเทศ และก็เหมือนกับหลายๆคนที่เจอวิกฤต COVID-19 ก็ทำให้ต้องปิดกิจการลง จนมาลองทำ โปรเจคเล็กๆชื่อว่า #อยากทำแต่ไม่อยากกิน ขายเดลิเวอรี่ ด้วยคุณภาพและรสชาติที่คับจอ ทำให้ต่อยอดมาจนเป็น Chef’s table ที่โด่งดังคิวยาวได้ขนาดนี้
หลังจากเปิดประตูห้องเข้ามา เชฟบิ๊กก็ทักทายอย่างเป็นกันเองและอารมณ์ดีมาก ทำให้การเจอกันไม่ต้องดูมีพิธีรีตองอะไรทันที ส่วนของครัวและที่นั่งรับประทานอาหารจะอยู่ในห้องเดียวกันเลย ฉะนั้นอาจจะมีกลิ่นอาหารติดตัวกลับบ้านไปด้วยนิดหน่อยนะจ๊ะ Chef’s table คอร์สนี้มีทั้งหมด 6 จาน ราคาอยู่ที่ 2568.- + service charge 10% เราแอบถามว่าทำไมต้องลงท้ายด้วย 68 พี่โบ๊ต พี่ชายเชฟตอบมาว่า เป็นความเชื่อของคนจีน เป็นเลขนำโชคนั่นเอง
ระหว่างที่เชฟเตรียม เราก็สามารถไปดูได้ทุกขั้นตอนเลย มาที่ Starter จานแรก ชื่อว่า Croustillant ในภาษาฝรั่งเศส แปลว่าความกรอบ มี element ในจานเยอะมากๆ มีชิ้นคล้ายๆทองม้วน ข้างในสอดไส้ กรรเชียงปู tartar มี foie gras mousse ให้ทานคู่กัน พร้อมกรรเชียงปูชิ้นตู้มๆ และมะเขือเทศพิเศษจากเชียงใหม่ บอกเลยว่าหวานมาก ikura มาช่วยเพิ่มความเค็มและ crest ด้วยมะนาวแป้น หอมและสดชื่นมากๆ
จานต่อมาเป็น Foie gras พร้อม berry sauce ที่ซอสดูเนียนมากๆ แต่เพชรไม่ทานฟัวกราส์ เลยได้เป็น Abalone escargot แทน ซึ่งรู้สึกโชคดีมาก เป่าฮื้อสุกกำลังดีเนื้อเด้ง กินคู่กับซอส พร้อมขนมปัง คือที่สุด จานนี้ดีมากๆทั้ง presentation รสชาติ และคุณภาพ
เมนูซุปคลาสสิกที่ได้แรงบันดาลใจจากเชฟ Paul Bocuse เนื่องจากสมัยก่อนไม่มีหม้อแรงดัน เลยใช้การเอาแป้งพัฟฟ์มาปิดฝาถ้วยไว้แล้วอบ แรงดันจากในถ้วยก็จะดันให้แป้งฟูขึ้นมานั่นเอง ซุปเห็ดใช้เห็ดทั้งหมด 4 ชนิดด้วยกันคือ เห็ดทรัฟเฟิล เห็ดมอร์เรล เห็ดชองเทอเรล และพอร์ชีนี ด้านบนมี sear scallop ที่ยังไม่สุกดี วิธีการทานคือให้เจาะแล้วแช่ scallop ไว้ในซุป 1 นาทีเพื่อให้สุกพอดี เห็ดกลิ่นชัดเจนมากและมีเนื้อเห็ดมอร์เรลด้วย scallop หวานอร่อยมาก เข้ากับซุปและแป้งพัฟฟ์ได้ดี
Barley Risotto with Saffron (หญ้าฝรั่น) and Spanish chorizo เป็นอีกหนึ่งเมนูเด็ดเลย ข้าวบาร์เลย์นี่จะกรุบๆหนุบๆมาก กลิ่น saffron ชัดเจน ด้านบนมีกุ้งลายเสือขนาดกำลังพอดีที่สุกกำลังพอดีเด้งๆ กินด้วยกันอร่อยมากๆ รอบๆมี saffron & kani sauce ให้จิ้มเพิ่มรสชาติด้วย
ต่อไปเรียกได้ว่าคือเมนูที่ทุกคนรอคอยมากๆ คือ Beef wellington ที่โด่งดังนั่นเอง เป็นสูตรจากร้านมิชลินที่เชฟเคยไปทำงานอยู่ เราเฝ้ามองน้องในเตาอบตั้งแต่แรกจนสุกดี เตาอบของเชฟบิ๊กก็เทพมาก สามารถวัดอุณหภูมิแบบเป๊ะๆไม่ผิดแม้แต่องศาเดียว ทำให้มั่นใจได้ว่า Beef wellington สุกแบบ perfect จริงๆ เมนูนี้มีกิมมิคคือการ plating ที่มีชื่อร้านด้วย ตรงนี้ทำจากมัสตาร์ด ตัวเนื้อใช้ Wagyu Australian Tenderlion กินคู่กับ mashed potatoes และ ซอส เชฟแถม Truffle mashed potato แบบขูดสดๆให้อีกด้วย บอกเลยว่าเนื้อสุกพอดี medium rare ตัว duxelles แป้งพัฟฟ์ อร่อยมากก ที่พีคสุดคือ mashed potato ที่เนียนนุ่มมากจริงๆ
ก่อนจะถึงของหวาน เชฟแถมพาสต้าให้อีกสองจาน เป็นเมนูแรกที่ทำขายและโด่งดังก็คือ สปาเกตตี้ครีมโคตรปู และ สปาเกตตี้หมึกดำ ขอเทใจให้โคตรปู ปูมันใหญ่จริงๆและเพิ่มความสดชื่นด้วยเปลือกมะนาวแป้นขูด อร่อยมากๆๆ
ของหวานคือ Tahitian Vanilla Crème Brulee เมล็ดวานิลลาจากตาฮีติคือดีที่สุดในโลก หอมมาก หวานอร่อย ขูดหมดถ้วยเลย
เป็นมื้อที่ประทับใจมาก รู้สึกคุ้มค่ากับราคาจริงๆ อิ่มค่อนไปทางมาก ไม่มีจานไหนไม่อร่อยเลยจริงๆ เชฟบิ๊กใช้วัตถุดิบดีทุกอย่าง ปรุงออกมาได้ดี รู้จักวัตถุดิบดีมากๆ และใส่ความตั้งใจทำลงไปด้วยจนออกมาเป็นจานที่สมบูรณ์ กล้าบอกได้เลยว่า hard work pays off แล้วจริงๆ ใครอยากมาลองชิมฝีมือเชฟบิ๊ก ติดตามได้จากเพจ อยากทำแต่ไม่อยากกินได้เลย ตอนนี้เชฟบิ๊กกำลังขยายเพิ่มอีกโต๊ะเสร็จแล้วน่าจะมีข่าวดีในเพจจ้า