Washington DC City Guide | คอ Museum ห้ามพลาดกับเมืองนี้

28 May 2018

วาร์ปไป DC สัก 3 วัน เราเดินทางโดยนั่ง bus ไปประมาณ 4 ชั่วโมง เรานั่งรถบัสของ Peter pan ไป
(ตอนแรกจองรวมกับ Greyhound แต่ตอนนี้น่าจะแยกกันแล้ว) รถสะอาด ขับดีมาก แปปๆเราก็มาถึง DC
โดยรถจะมาที่สถานี Union station เป็นสถานีใหญ่ของที่นี่ Amtrak ก็มาที่นี่เหมือนกัน

โรงแรมที่นี่แพงมาก นอนคนเดียวจ่ายไม่ไหว เลยต้องขอใช้บริการ AirBnb อย่างเช่นเคย เรานอนแถบที่เป็น resident area เป็น basement แต่สะอาด และ​โอเคมากเลย
ที่ DC คนผิวสีจะเยอะหน่อยๆ มาครั้งแรกอาจจะตกใจ แต่คนที่นี่ nice มาก สบายใจได้

การเดินทางในเมือง จะมีทั้งรถบัส รถใต้ดิน และ uber โดยรถบัสกับใต้ดินจะใช้บัตรใบเดียวกันเลย เราสามารถซื้อได้จากตู้ kiosk ชื่อบัตร SmarTrip สถานีที่นี่ไม่ซับซ้อนเลย เดินทางง่ายและสะอาดมาก คิดไม่ออกก็ Google map นั่นแล
มา DC แพลนเราไม่มีอะไรมาก นอกจาก Museum จ้าาาา ที่นี่เป็นแหล่งรวมของ museum ชั้นดีและที่สำคัญเข้าฟรีอีกด้วย เพื่อการเรียนรู้สุดๆ

เรานั่งมาลงสถานี Smithsonian ขึ้นมาก็จะเจอลานกว้างๆ เห็นบ่อยๆในหนังเลยเวลามีพิธีสำคัญต่างๆ แม้กระทั่งกระประท้วง 5555 รอบๆบริเวณนี้จะเป็นพิพิธภัณฑ์ของ Smithsonian ทั้งหมด มองไปทางซ้ายมือ คือเสา Washington monument มองไปทางซ้ายคือ United state capitol ตรงนี้สามารถเดินได้หมดเลยด้วยกำลังขาที่มี
เราเลือกไป Air and space museum ที่แรก อันนี้อยากมานานแล้ว เหมือนได้ย้อนวัยไปเป็นเด็กอีกครั้งเลย เรารู้สึกตื่นตาตื่นใจมาก โดยเฉพาะเครื่องบินกับจรวจ ได้เห็นตั้งแต่เครื่องบินเครื่องแรกๆ ของ Wright’s brother จนมาเป็นเครื่องบินแบบปัจจุบัน เราแอบต้องทำเวลาเหมือนกันเพราะอยากเข้าหลายอันมาก ซึ่งแต่ละที่นี่ก็ใหญ่และของเยอะสุดๆ ถ้าตั้งใจดูเป็นวันอาจจะยังไม่หมดเลยนะ
เดินจนเค้าไล่ 555 เลยมาเดินเล่นด้านนอกต่อ ช่วงที่ไปอากาศร้อนเลย วันนี้ท้องฟ้าสวย เราเดินไปฝั่ง United stated capitol มีบ่อน้ำใหญ่ๆ น้องเป็ดเล่นน้ำอย่างฟิน คงคลายร้อนไปได้เยอะน่าดู
เราเข้ามาในเมืองเพื่อหาของกิน สะดุดตากับร้านไอศครีมเจลาโต้ Pitango เลยลองเข้าไปชิมดู โหยรส pistachio อร่อยมากกก เลยจัดไปหนึ่งถ้วยฟินๆ
ส่วนมื้อเย็นเราหาจาก Yelp ชื่อร้าน Hen Quarter ขายไก่เป็นหลัก เราสั่งไก่ทอดเป็นเซตมา เพิ่งเคยกินกับ scone นะ ราดน้ำผึ้งอีก แต่เข้ากันได้ดี จากนั้นก็กลับบ้านชาร์ตพลังวันต่อไป
เมื่อคืนนอนวางแผนว่าต้องตื่นเช้า เพื่อเก็บ museum ให้ได้มากที่สุด ลืมบอกไปว่า museum ที่นี่เปิด 10.00-17.30 เหมือนจะดูนาน แต่ที่ๆนึงใช้เวลาเยอะมาก ต้องวางแผนดีๆเลย เราเลยกะว่าจะเข้ามิวเซียมช่วงเช้า เก็บให้ได้มากที่สุด พอเย็นๆค่อนไปเก็บพวก Monument, memorial hall ต่างๆ

เราแวะไปที่ Smithsonian castle ก่อน เป็นที่ทำการหลักของที่นี่ ไปขอ map และรายละเอียดต่างๆได้ เจ้าหน้าที่ให้คำแนะนำได้ดีมาก
เราไป National museum of natural history เป็นทีแรก อยู่ฝั่งตรงข้ามกับ castle เลย ที่นี่จะเน้นเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตทุกชนิด ตั้งแต่ยุคดึกดำบรรพ์แบ่งเป็นโซนชัดเจน ที่น่าสนใจสำหรับเราเป็นพวกสัตว์น้ำ สัตว์ใต้ทะเลลึกที่ไม่เคยเห็น ที่นี่ก็มีของจริงให้ดู และพวกแร่ธาตุ เพชร มงกุฎ ก็มีจัดแสดงที่นี่นะ วิ้งๆมาก
ต่อไปเป็นอีกอันที่เราชอบมาก และอยากจะกลับมาอีก คือ National museum of American history มันดีมากๆๆ
เล่าเรื่องทั้งหมดของอเมริกา ไม่ว่าจะเป็นสิ่งประดิษฐ์ต่างๆ เทคโนโลยี สงคราม อาหาร เป็นต้น คืออันนี้ดีมาก แต่เราต้องรีบทำเวลา ขนาดเดินแบบแทบไม่หยุดยังใช้เวลาไปสองชั่วโมง มีทั้งหมด 3 ชั้น
แทบจะไม่มีเวลาพักเที่ยงเลย เพราะกลัวไม่ทัน เลยแวะซื้อขนมกรุบกรอบกินระหว่างทาง ต่อไปเป็น The holocaust เราชอบอ่านและศึกษาประวัติศาสตร์ โดยเฉพาะสงครามอยู่แล้ว ที่นี่จึงไม่ควรพลาดเด็ดขาด เป็นเรื่องราวของ WWII ในส่วนของค่ายกักกันเป็นหลัก โดยขอให้เราอยู่ในความสำรวมตลอดเวลา
เมื่อไปถึงเราจะได้รับสมุดคนละเล่ม เกี่ยวกับคนในเหตุการณ์ บ้างเป็นชาวยิวที่ถูกจับ บ้างเป็นคนที่ช่วยเหลือ และเราจะต้องขึ้นลิฟต์ไปชั้นบน เป็นที่เริ่มต้นของการเดินทางต่อจากนี้ โดยจะเริ่มเล่าตั้งแต่สาเหตุสงคราม ฮิตเลอร์ ไปเรื่อยๆ มีหนังสั้นให้รับชมด้วย ตรงนี้สำหรับเราใช้เวลานานเลย เพราะเราไม่อยากพลาดสักตอนเลย หดหู่มากๆ ทางmuseumทำดีมากๆ อธิบายดีสุดๆ
ตรงที่หดหู่ที่สุดจะเป็นพวกเตียง ชุดนอน จานชาม ช้อนส้อม รองเท้าของนักโทษกักกัน เราไม่ได้ถ่ายรูปมานะในส่วนนี้ เราเดินยังไม่ทันจบดี ก็หมดเวลาซะแล้ว ตรงท้ายๆเลยต้องรีบเดิน จะมีช่วงที่เป็นประวัติคนที่เราได้สมุดมาตอนแรกคร่าวๆ สามารถเดินไปดูได้ว่าเค้าเป็นใคร เราสงสารและหดหู่มาก จริงๆถ้ามนุษย์โลภให้น้อยลง รักกันให้มากขึ้น โลกคงจะน่าอยู่กว่านี้
จากนี้เราจะนั่งรถไป Thomas Jefferson memorialโดย ถ้าเราเที่ยวตรงบริเวณนี้ทั้งหมด จะมีบัสชื่อว่า DC circulator สายสีแดงจะออกจาก Union square station แล้ววนจอดตามจุดท่องเที่ยวบริเวณนี้ทั้งหมด
Memorial Hall ใหญ่มาก จะมีบ่อน้ำขนาดใหญ่บริเวณนี้ เรียกว่า Tidal basin พอเรามาถึงฝนตกพอดี เลยเข้ามาถ่ายรูปหลบฝนด้านใน รูปปั้นใหญ่โตโอ่อ่ามาก Thomas Jefferson เป็น President คนที่ 3 ของสหรัฐอเมริกา เป็นคนร่างรัฐธรรมนูญด้วย
เมื่อฝนหยุดเราก็ไปต่อ คราวนี้ตัดสินใจว่าเดินเลียบ Tidal basin ไปเรื่อยๆ จนไปถึง Franklin Delano Roosevelt memorial และติดๆกันจะเป็น Martin Luther King Jr. Memorial
เรานั่ง DC Circulator สายเดิมไปถึง Lincoln memorial ก็เป็นอีกจุดที่ไม่ควรพลาด ประธานาธิบดี Lincoln ถือเป็นวีรบุรุษของชาวอเมริกันในเรื่องการเลิกทาส Memorial hall เลยจะดูใหญ่ๆหน่อย ตอนเย็นๆคนเยอะมาก เหมือนเป็น meeting point ของคนที่นี่เลย
ตรงด้านหน้า Lincoln Memorial จะเป็น reflecting pool ถ้าวันไหนไม่มีลมจะสะท้อนได้สวยมากๆ
ด้านซ้ายมือจะมีบ่อน้ำอีกอันเรียกว่า Constitution garden pond เราเดินตรงตาม reflection pool มาเรื่อยๆ จนถึง WWll Memorial ตรงนี้เป็นอนุสรณ์สถานของชาวอเมริกันที่เสียชีวิตในสงครามโลกครั้งที่ 2
อยู่แถวนี้จนฟ้ามืด เลยว่าเข้าไปในเมืองหาของกินสักหน่อย วันนี้อยากกินข้าวเลยนั่งรถไปแถว Chinatown เจอร้านขายข้าวหน้าเป็ด หมูกรอบพวกนี้ ชื่อ Chinatown express ได้รางวัลจาก Washington post ด้วยว่าเป็น 1 ใน 40 จานที่ควรมาลิ้มลอง แต่กินแล้วรสชาติยังไม่ค่อยใช่สำหรับเราเท่าไร อาจจะออกแนวอเมริกันมากกว่า คิดถึงอาหารที่ไทยเลย
วันนี้วันสุดท้ายที่ DC แล้ว ตอนเย็นๆเราก็จะเดินทางกลับนิวยอร์คกัน เรารีบออกจากบ้านแต่เช้า (เท่าที่จะทำได้) ไปกิน brunch ที่จองไว้ที่ Blue duck tavern เพื่อนๆแนะนำแทบทุกคนให้มาลองที่นี่ เป็นห้องอาหารในโรงแรม Park Hyatt ที่ได้ 1 ดาวมิชลิน เราไปคนเดียวเลยไม่ได้สั่งเยอะมาก สั่ง french toast กับน้ำส้มคั้น อร่อยมากๆๆ เฟร้นโทสดีงาม หวานกำลังดี ขนมปังกรอบหน่อยๆด้านในนุ่ม เป็นมื้อเช้าที่ดีต่อใจจริงๆ
มา DC แล้วจะพลาด White House ได้ยังไงหล่ะเนอะ จากโรงแรมก็เดินไปหาบัสมาลงตรง white house แล้วเดินเล่นบริเวณนี้ มี mob ขนาดย่อมด้วย และตำรวจอย่างเยอะ เราไม่ได้ลงทะเบียนเข้าด้านใน เลยเก็บภาพรอบๆเอา เดินต่อมาเรื่อยๆจะมี National Christmas tree ด้วย ซึ่งตอนนี้เหลือแต่ตอจ้า
เราเดินเล่นในเมืองสักพัก ไม่ค่อยมีอะไรว้าวเท่านิวยอร์คนะ เรายังเหลืออีกที่ๆอยากไปคือ National Postal Museum ที่อยู่ติดกับ Union square station ที่ขึ้นรถกลับเลย อันนี้ก็ประทับใจมาก ได้แสตมป์ในหลวงกลับมาด้วยในราคาไม่แพง ที่นี่ก็เข้าฟรีเช่นกัน จะเป็นเรื่องเกี่ยวกับแสตมป์ การส่งไปรษณีย์ในสมัยก่อน วิวัฒนาการต่างๆ ทำออกมาดีมาก แต่คนไม่ค่อยมากันเลย
กลับนิวยอร์คในช่วงเย็นการจราจรค่อนข้างหนาแน่นเลย ทำให้ช้ากว่ากำหนดไปหลายชั่วโมงอยู่ เรามีนัดดู Anastasia broadway ไว้ ไปช้าเลย แต่ก็ยังทันช่วงแรกอยู่ โรงละครเล็กกว่าที่คิด นางเอกตัวเล็กๆน่ารัก เสียงดีมากกกก มานิวยอร์คก็ไม่ควรจะพลาดการดู broadway นะ