หลังจากอ่านแพลนเที่ยวทั้งหมดของทริปแคนาดาไปแล้ว เรามาเจาะรายละเอียดในแต่ละเมืองบ้าง
รีวิวนี้ขอลงรายละเอียดในส่วนของ Vancouver (แวนคูเวอร์) และ Whistler (วิสเลอร์) เพราะเป็นเมืองที่ติดๆกันเลย Vancouver เป็นเมืองที่ได้ชื่อว่าปลอดภัยติด 3 อันดับแรกของโลกด้วย จะน่าอยู่ น่าเที่ยวแค่ไหน ตามมาอ่านได้เลยจ้า
Vancouver & Whistler เที่ยวแคนาดา ห้ามพลาดกับเมืองนี้
Day 0 BKK-INCHEON-VANCOUVER
ออกจากสุวรรณภูมิเวลา 02.50 น. ไปถึงสนามบินอินชอน เกาหลี ประมาณ 10.00 น. รอเปลี่ยนเครื่องประมาณ 8 ชั่วโมงแหน่ะ แต่การรอไม่น่าเบื่อแน่นอน เพราะมี Korea free transit tour สำหรับผู้ที่รอเปลี่ยนเครื่อง ฟรีอีกด้วย มีหลายทัวร์ให้เลือกตั้งแต่ 1-5 ชั่วโมง ตามความเหมาะสมของเวลา ที่จะต้องมาให้ทันเครื่องออก มีเจ้าหน้าที่ให้คำแนะนำดีมาก สามารถฝากสัมภาระได้ฟรีด้วย เราไปมา 2 ทัวร์
ทัวร์แรกพาไปวัดในอินชอน เป็นวัดเล็กๆแถบชานเมือง ใช้เวลาอยู่ที่วัดจริงๆก็ไม่นาน 15-20 นาที เพราะต้องเผื่อเวลากลับด้วย
ทัวร์อีกอันไปวัดเช่นกัน แต่ไกลกว่า และสวยกว่า มีเจ้าแม่กวนอิม อยู่บนเขา และแวะ Korean war memorial war ด้วย อันนี้เราชอบมาก จัดออกมาได้ดีเลย เพิ่งรู้ว่าเมืองอินชอนขับรถเพียงแค่ 1 ชั่วโมงก็ถึงเส้นแบ่งเขตแดนระหว่างเกาหลีเหนือและใต้ ไกด์บอกว่าคนอเมริกัน คนไทย สามารถไปได้นะ แต่คนเกาหลีนี่ห้ามเลย อาจโดนยิงตายได้ O______O
เสร็จจากทัวร์ยังพอมีเวลาเหลือ ก็หาอะไรกินในสนามบิน และช้อปปิ้งนิดหน่อย เจอเครื่องสำอาง 3CE แผ่น mask เข้าไป นี่ก็หมดไปหลายอยู่ ยังไม่ได้ไปไหนเลย 555555
บินต่ออีก 10 ชั่วโมง ยาวไปปปจ้า ชอบ Korean air ตรงที่ที่นั่งค่อนข้างกว้าง ยืดขาได้เยอะจนงง 5555
แต่อาหารซีฟู๊ดไม่อร่อยเท่าไร แบบธรรมดาอร่อยกว่า Bibimbab ก็น่ากิน
Day 1
และแล้วเราก็มาถึง Vancouver กันซะที หลังจากเดินทางมายาวนาน อากาศเย็นสบายๆ ที่นี่ เราไม่ต้องกรอก immigration form แล้ว ให้ลงทะเบียนผ่านเครื่อง สามารถทำพร้อมกันทั้งกรุ๊ปได้เลย เมื่อได้ใบมาแล้วก็ไปหาเจ้าหน้าที่ให้ประทับตราผ่านออกไปเอากระเป๋าได้ เราต้องรอน้องทำธุระ ซึ่งกินเวลาไป 2-3 ชั่วโมง รอจนเลยเวลาเอารถ ตอนนั้นโทรศัพท์โทรออกไม่ได้ เพราะยังไม่ได้เติมเงินเข้า sim2fly และยังเพิ่งมารู้อีกว่า บัตรเครดิตเราผูกไว้กับเบอร์ไทย OTP ส่งมาไม่ได้อี๊กกก มืด8ด้าน ลองไปโทรตู้สาธารณะ บอกบัตรเครดิตใช้ไม่ได้ T___T สุดท้ายไป information เค้าให้ความช่วยเหลือดีมาก เลยได้โทรฟรี สรุปคือเราต้องนั่ง shuttle bus ไปเอารถที่นอกสนามบิน
เมื่อจัดการเสร็จสรรพ ก็ได้เวลาไปบ้านพัก เราพักห่างจาก downtown ประมาณ 20 นาทีเป็น Airbnb
อยู่ใน resident area ห้องค่อนข้างดีมากเลยแม้จะอยู่ชั้นใต้ดิน

วันนี้ไม่ได้ทำอะไรมาก ก็นอนพักผ่อน แล้วไป Cosco ซึ่งเป็น supermarket แถวบ้านซื้อเสบียงมาตุน และนอนจ้า


Day 2
วันนี้ตื่นแต่เช้าเพราะ Jetlag 555 แต่ก็ดีนะ มีเวลาเยอะเลย เราไปจัดการซื้อ sim card แล้วมุ่งหน้าเข้าเมืองกัน
วันนี้ตื่นแต่เช้าเพราะ Jetlag 555 แต่ก็ดีนะ มีเวลาเยอะเลย เราไปจัดการซื้อ sim card แล้วมุ่งหน้าเข้าเมืองกัน

Vancouver นี่เมืองในฝันเลย ที่แรกที่ไปคือ Stanley park เป็นสวนสาธารณะขนาดใหญ่ของที่นี่ โดยจะแบ่งเป็นหลายๆส่วน มีกิจกรรมมากมายให้เลือกทำ ทั้งชายหาด สระว่ายน้ำ ปั่นจักรยาน หรือ วิ่ง เป็นต้น ถ้าเดินด้วยเท้าคงใช้เวลาเป็นวันๆเลย เราไปเอาแผนที่มาแล้วขับรถแวะเป็นจุดๆไป แต่มีรถไฟนั่งรอบๆสวนด้วยนะ บรรยากาศคือดีมากกกกกกกก นี่แหละเมืองในฝันของจริง


บริเวณที่เราชอบมากคือ Prospect point เป็นจุดชมวิวของเมืองที่สวยมาก เห็นทะเลและอีกด้านของเมืองแบบ panorama และยังเห็น Lions Gate Bridge อีกด้วย (ใกล้ๆกันสามารถเดินไปถ่ายอีกมุมได้ด้วยนะ)


และตรงนี้ มีร้านขายของที่ระลึก และร้านไอศกรีม ที่ อร่อยมาก เราแนะนำรส Maple walnut ชิมมาหลายที่ยอมให้ที่นี่ อร่อยที่สุด แพงนิดนึงแต่คุ้มมา

Third beach ตรงนี้ก็สวยงามมากๆ ถ้ามีเวลาว่างกว่านี้อยากจะมาปั่นจักรยานมากๆเลย คงฟินมากน่าดู แถวนี้มีสระว่ายน้ำด้วยนะ วิวดีสุดๆ บริเวณนี้ติดกับ Ferguson point เลย

เสา Totem poles เป็นอีกหนึ่งจุดที่ไม่ควรพลาด เหมือนเป็น landmark ของสวนนี้เลย

Beaver lake เป็นอีกหนึ่งที่ๆคนนิยมมาเดิน trail กัน เราพยายามมองหาบีเวอร์อย่างเอาเป็นเอาตาย แต่สุดท้ายก้ไม่เจอสักตัว
สวนดอกไม้ก็มีนะทั้ง Rose garden / Shakespeare garden แต่ตอนนั้นเราค่อนข้างรีบ เลยลงไปดูไม่ได้ถ่ายรูปมา
จากนั้นเราขับรถข้ามไปอีกฝั่ง ไปดู University of British Columbia หรือ UBC นั่นเอง เป็น Top U ของที่นี่เลย เห็นแล้วก็อยากมาเรียนเลย เพราะบรรยากาศดีมากๆ นี่แค่วันแรกก็ไม่อยากกลับแล้วเนี่ย เราแวะกินอาหารไทยแถว campus เป็นร้านของคนไทย พนักงานคนไทย รสชาติก็โอเคใช้ได้เลย
สวนดอกไม้ก็มีนะทั้ง Rose garden / Shakespeare garden แต่ตอนนั้นเราค่อนข้างรีบ เลยลงไปดูไม่ได้ถ่ายรูปมา
จากนั้นเราขับรถข้ามไปอีกฝั่ง ไปดู University of British Columbia หรือ UBC นั่นเอง เป็น Top U ของที่นี่เลย เห็นแล้วก็อยากมาเรียนเลย เพราะบรรยากาศดีมากๆ นี่แค่วันแรกก็ไม่อยากกลับแล้วเนี่ย เราแวะกินอาหารไทยแถว campus เป็นร้านของคนไทย พนักงานคนไทย รสชาติก็โอเคใช้ได้เลย

เรากลับเข้ามาใน downtown อีกครั้ง มาเดินเล่นชิลๆ สามารถจอดรถข้างถนนได้เลย ตรงจุดที่มีมิเตอร์และอนุญาตให้จอดนะ ในเมืองก็ค่อนข้าง busy พอสมควร คนเยอะมาก ชอบที่คนเอเชียค่อนข้างเยอะ จะมีร้านเกาหลี ญี่ปุ่น จีน เต็มไปหมด เห็นแบบนี้แล้วอยู่ได้แน่นอนนนนน มีเล็งราเมนไว้ 1 ร้านชื่อ Kintaro ramen แต่วันนี้กินไม่ไหวแล้ว ไว้รอกลับมาจาก Canarian rockies แล้วจะมาชิมแน่นอน

อ่านรีวิว Canadian rockies ได้ที่นี่
Day 12
วันนี้ไม่มีอะไรมาก ขับรถประมาณ 9 ชั่วโมงจาก Jasper มาที่ Whistler เลยไม่ค่อยได้แวะเที่ยวเท่าไร มีแวะกิน A&W ระหว่างทาง ไก่กับเบอร์เกอร์อร่อยมาก ที่นี่มี Sweet potatoes fries เป็นมันหวานทอด อร่อยดี และมี dip ให้เลือกเยอะ ขอแนะนำ honey mastard และ barbeque sauce
Day 12
วันนี้ไม่มีอะไรมาก ขับรถประมาณ 9 ชั่วโมงจาก Jasper มาที่ Whistler เลยไม่ค่อยได้แวะเที่ยวเท่าไร มีแวะกิน A&W ระหว่างทาง ไก่กับเบอร์เกอร์อร่อยมาก ที่นี่มี Sweet potatoes fries เป็นมันหวานทอด อร่อยดี และมี dip ให้เลือกเยอะ ขอแนะนำ honey mastard และ barbeque sauce

ส่วนมากทางที่ขับจะต้องลัดเลาะตามไหล่เขาไปเรื่อยๆ แต่ที่นี่ตัดทางได้ดีมาก ช่วงหักศอก และ ชัน มีแค่ 1% ของทั้งเส้นทางเท่านั้น ระหว่างทางถึงเมือง
พอขับมาถึงเมือง Pemberton ประมาณ 30 km จาก Whistler เจอร้านอาหารไทยกลางป่า ! ชื่อ บ้านนอก คนเต็มร้านเลย งงมากทำไมอาหารไทยถึงมาอยู่กลางป่าได้หล่ะนี่ O_____o แต่ตอนนั้นประมาณทุ่มกว่าแล้ว เลยตัดใจไปต่อก่อนมืด ไม่อยากหลงในป่า เราพักที่เมือง Whistler ที่ Blackcomb lodge อยู่กลางเมืองติดกับ visitor center เลย อ้อลืมบอกไป เมืองนี้เสียค่าจอดรถทุกที่นะ
พอขับมาถึงเมือง Pemberton ประมาณ 30 km จาก Whistler เจอร้านอาหารไทยกลางป่า ! ชื่อ บ้านนอก คนเต็มร้านเลย งงมากทำไมอาหารไทยถึงมาอยู่กลางป่าได้หล่ะนี่ O_____o แต่ตอนนั้นประมาณทุ่มกว่าแล้ว เลยตัดใจไปต่อก่อนมืด ไม่อยากหลงในป่า เราพักที่เมือง Whistler ที่ Blackcomb lodge อยู่กลางเมืองติดกับ visitor center เลย อ้อลืมบอกไป เมืองนี้เสียค่าจอดรถทุกที่นะ

Day 13
วันนี้นอนตื่นสายหน่อย ที่พักดีหลับสบาย ที่ Whistler ช่วงหน้าร้อน ที่นี่เหมือนเป็นเหมือนพักผ่อนตากอากาศของชาวแคนาดา เพราะไม่ไกลจาก Vancouver ถนนหนทางขับง่าย สะดวก หรือตอนหน้าหนาวเมืองนี้จะแปลงร่างเป็น Ski resort ดีๆนี่เอง ที่นี่เคยจัดกีฬาโอลิมปิคฤดูหนาวอีกด้วย
วันนี้นอนตื่นสายหน่อย ที่พักดีหลับสบาย ที่ Whistler ช่วงหน้าร้อน ที่นี่เหมือนเป็นเหมือนพักผ่อนตากอากาศของชาวแคนาดา เพราะไม่ไกลจาก Vancouver ถนนหนทางขับง่าย สะดวก หรือตอนหน้าหนาวเมืองนี้จะแปลงร่างเป็น Ski resort ดีๆนี่เอง ที่นี่เคยจัดกีฬาโอลิมปิคฤดูหนาวอีกด้วย

ที่นี่จะแบ่งเป็น Upper Village, Whistler village, lower village เราคิดว่าเค้าน่าจะสร้างใหม่ตอนจัดโอลิมปิค เพราะทุกอย่างดูไปในแนวเดียวกันหมดเลย ทุกที่สามารถเดินเชื่อมกันได้เลย

หากคิดไม่ออกว่าจะทำอะไร เราแนะนำให้ไปที่ visitor center เจ้าหน้าที่ทุกคนทุกที่ให้ข้อมูลด้วยความเต็มใจ ยิ้มแย้มตลอดเวลา เราอยากปั่นจักรยาน เค้าแนะนำให้ปั่นไป lost lake ซึ่งไม่ไกลจากตัวเมืองเลย
เราเช่าจักรยานจากร้านแถวๆ visitor center ร้านนี้ราคาไม่แพงเมื่อเทียบกับร้านอื่น ได้คูปองลด 10% มาด้วย เราเอาจักรยานไปนานแค่ไหนก้ได้ เค้าจะคิดตามชั่วโมงที่เราเอาไป
มีหลงทางบ้าง งงทางนิดหน่อย แต่สุดท้ายก็ไปถึง ทางค่อนข้างดีเลย แต่บางช่วงจะชันมาก ขานี่สั่นผับๆๆๆ ใช้เวลาประมาณ 20 นาที(รวมหลง)ก็มาถึง
เราเช่าจักรยานจากร้านแถวๆ visitor center ร้านนี้ราคาไม่แพงเมื่อเทียบกับร้านอื่น ได้คูปองลด 10% มาด้วย เราเอาจักรยานไปนานแค่ไหนก้ได้ เค้าจะคิดตามชั่วโมงที่เราเอาไป
มีหลงทางบ้าง งงทางนิดหน่อย แต่สุดท้ายก็ไปถึง ทางค่อนข้างดีเลย แต่บางช่วงจะชันมาก ขานี่สั่นผับๆๆๆ ใช้เวลาประมาณ 20 นาที(รวมหลง)ก็มาถึง

สิ่งนึงที่รู้สึกชอบที่นี่คือ เค้ามีสถานที่ให้ทำ outdoor activities เยอะมาก มีสถานที่ให้ใกล้ชิดธรรมชาติ สามารถไปเป็นครอบครัวได้ และพ่อแม่ปล่อยให้ลูกเรียนรู้และทำทุกอย่างเอง มันดีมากเลยนะที่ได้เรียนรู้และเข้าใจจากธรรมชาติ
ที่นี่เป็นหาดทราย มีเกาะกลางทะเลสาบให้กระโดดน้ำได้ด้วย
เรานั่งเล่นที่นี่ซักพัก เดินเล่นรอบๆ เจอ food truck ชื่อ Teriyaki boy ขายพวกยากิโซบะ ข้าวหน้าต่างๆ เลยลองซื้อมากิน เอาแบบ combo เลยเพราะหิว 12$ อร่อยดี เจ้าของร้านเป็นคนญี่ปุ่นอยู่ที่แคนาดามา 11 ปีแล้ว พูดอังกฤษคล่องปรื๋อ
ที่นี่เป็นหาดทราย มีเกาะกลางทะเลสาบให้กระโดดน้ำได้ด้วย
เรานั่งเล่นที่นี่ซักพัก เดินเล่นรอบๆ เจอ food truck ชื่อ Teriyaki boy ขายพวกยากิโซบะ ข้าวหน้าต่างๆ เลยลองซื้อมากิน เอาแบบ combo เลยเพราะหิว 12$ อร่อยดี เจ้าของร้านเป็นคนญี่ปุ่นอยู่ที่แคนาดามา 11 ปีแล้ว พูดอังกฤษคล่องปรื๋อ

ขากลับปั่นกลับก็หลงอีก 555 คือรอบทะเลสาบมี trail ค่อนข้างเยอะมาก เข้าออกได้ทุกรู ขากลับไปโผล่สนามกอล์ฟเฉยยย แต่ก็ได้วิวดีไปอีกแบบ
ยังมีเวลาเหลือก่อนไปกินอาหารไทยที่จองไว้ (สุดท้ายทนความอยากไม่ไหว ต้องไปโว้ย) เลยมานั่งชิวๆที่ร้านกาแฟในเมืองข้างโรงแรม Mogul’s coffee house ได้ที่ 1 ของ Tripadvisors ด้วย! แต่ไม่อยากกินกาแฟตอนนี้ เลยสั่ง smoothie แทน เราสามารถเลือกผลไม้ได้เอง 2 ชนิด เราเลือกสตรอว์เบอร์รี่กับกล้วย ปั่นได้อร่อยมากกกกกก และแล้วก็ถึงเวลาขับรถกลับไปกินอาหารไทยกัน ตอนแรกว่าจะลืมๆไปแล้ว แต่ดันไปหาข้อมูลดู และพบว่า ต้องกลับไป ยังไงต้องกลับไปกิน ไม่งั้นคงค้างคาไปอีกนานแน่ๆ ตอนแรกโทรไปไม่มีคนรับ เลยลองอีเมลล์ไป เค้าตอบเร็วเลย ถามด้วยว่าเป็นคนไทยใช่มั้ยคะ? อิอิ
ขับจาก Whistler ไป Pemberton ประมาณ 40 นาที ร้านเปิดช่วงเย็น 5 โมง ถึง 3 ทุ่ม หยุดวันพุธ จะมีมื้อกลางวันแค่บางวันเท่านั้น ได้คุยกับคุณแม่เจ้าของร้าน น่ารักมากเป็นกันเองสุดๆ เราสั่งไปหลายอย่างเลยเพราะอยากอาหารไทยมาก ตามมาดูเลยว่ามีอะไรกันบ้าง
ยังมีเวลาเหลือก่อนไปกินอาหารไทยที่จองไว้ (สุดท้ายทนความอยากไม่ไหว ต้องไปโว้ย) เลยมานั่งชิวๆที่ร้านกาแฟในเมืองข้างโรงแรม Mogul’s coffee house ได้ที่ 1 ของ Tripadvisors ด้วย! แต่ไม่อยากกินกาแฟตอนนี้ เลยสั่ง smoothie แทน เราสามารถเลือกผลไม้ได้เอง 2 ชนิด เราเลือกสตรอว์เบอร์รี่กับกล้วย ปั่นได้อร่อยมากกกกกก และแล้วก็ถึงเวลาขับรถกลับไปกินอาหารไทยกัน ตอนแรกว่าจะลืมๆไปแล้ว แต่ดันไปหาข้อมูลดู และพบว่า ต้องกลับไป ยังไงต้องกลับไปกิน ไม่งั้นคงค้างคาไปอีกนานแน่ๆ ตอนแรกโทรไปไม่มีคนรับ เลยลองอีเมลล์ไป เค้าตอบเร็วเลย ถามด้วยว่าเป็นคนไทยใช่มั้ยคะ? อิอิ
ขับจาก Whistler ไป Pemberton ประมาณ 40 นาที ร้านเปิดช่วงเย็น 5 โมง ถึง 3 ทุ่ม หยุดวันพุธ จะมีมื้อกลางวันแค่บางวันเท่านั้น ได้คุยกับคุณแม่เจ้าของร้าน น่ารักมากเป็นกันเองสุดๆ เราสั่งไปหลายอย่างเลยเพราะอยากอาหารไทยมาก ตามมาดูเลยว่ามีอะไรกันบ้าง

ทอดมันกุ้ง

แกงเขียวหวาน

ไก่ผัดขิง

ปลาสามรส

คะน้าหมูกรอบ
จะบอกว่าอร่อยมากๆๆๆๆๆๆทุกจาน อร่อยกว่าหลายๆร้านในเมืองไทยด้วยซ้ำ รสชาติไทยแท้จริงๆ อร่อยเลียจาน อร่อนยันพริกน้ำปลา
ที่พิเศษคือ มีชาเย็นด้วย อร่อยเลย แต่ติดตรงที่คงใช้นมสด ไม่ใช่นมคาร์เนชั่นแบบที่ไทย แต่ยังไงก็ผ่านฉลุยแน่นอน
ที่พิเศษคือ มีชาเย็นด้วย อร่อยเลย แต่ติดตรงที่คงใช้นมสด ไม่ใช่นมคาร์เนชั่นแบบที่ไทย แต่ยังไงก็ผ่านฉลุยแน่นอน

ได้คุยกับคุณแม่ บอกว่าร้านนี้ลูกชายกับแฟนเป็นคนทำอาหารกันสองคน เปิดมาได้ปีกว่าๆ ย้ายมาจากแวนคูเวอร์ ส่วนตัวคุณแม่เกษียณแล้วก็เลยมาช่วยลูกชายดูร้านที่นี่ Happy สุดๆ
ตอนแรกก็แปลกใจนะว่าร้านกลางหุบเขาลับแลแลนด์แบบนี้ ทำไมคนเยอะ พอได้ชิมถึงเข้าใจ เพราะรสชาติมันดีจริงๆ คนส่วนมากที่มากินจะเป็นชาวต่างชาติ คนไทยจะมีผ่านมาบ้างแบบเรานี่แหละ รู้สึกอบอุ่นได้เจอคนไทยแบบนี้ด้วยกัน <3
ตอนแรกก็แปลกใจนะว่าร้านกลางหุบเขาลับแลแลนด์แบบนี้ ทำไมคนเยอะ พอได้ชิมถึงเข้าใจ เพราะรสชาติมันดีจริงๆ คนส่วนมากที่มากินจะเป็นชาวต่างชาติ คนไทยจะมีผ่านมาบ้างแบบเรานี่แหละ รู้สึกอบอุ่นได้เจอคนไทยแบบนี้ด้วยกัน <3

Day 14
วันนี้จะออกจาก Whistler กลับไป Vancouver แล้ว วันนี้ค่อนข้างชิวๆเหมือนเดิม Check out เสร็จเราไปเดินเล่นถ่ายรูปกับสัญลักษณ์ Olympic แต่ดัน มีช่างมาซ่อมบ่อน้ำพุตรงนั้นพอดี เลยถ่ายไม่สวย
วันนี้จะออกจาก Whistler กลับไป Vancouver แล้ว วันนี้ค่อนข้างชิวๆเหมือนเดิม Check out เสร็จเราไปเดินเล่นถ่ายรูปกับสัญลักษณ์ Olympic แต่ดัน มีช่างมาซ่อมบ่อน้ำพุตรงนั้นพอดี เลยถ่ายไม่สวย

เราตั้งใจว่าจะแวะที่ Cheakamus suspension bridge ที่ Whistler ก่อน แต่ทางเข้าไปค่อนข้างลำบาก ถนนเป็นกรวด เลนส์สวน ชันมาก เลยไปต่อดีกว่า
ขับๆไปเจอป้าย Whistler Olympic Park คิดว่าต้องเป็นสวนสาธารณะสวยๆแน่เลย แต่ไม่จ้าาา ขับขึ้นเขาไป 10 กว่ากิโล สรุปเหมือนเป็นที่เล่นสกี ที่ตอนนี้ไม่มีหิมะ 555 กลับตัวแทบไม่ทัน ไม่เป็นไร ยังมีอีกจุดหมาย
Brandywine falls เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ที่ไม่ควรพลาดมาเที่ยว เราเห็นจาก IG story ของเมืองนี้นี่แหละ เราเดินไปจุดชมวิวไม่ไกลประมาณ 500 เมตร ทางเดินง่าย โชคดีมากว่ามีรุ้งกินน้ำมาพอดี เหมาะเจาะมาก เห็นคนลงไปเล่นน้ำข้างล่างด้วย ถ้าลงไปถ่ายได้จะสวยแน่ๆ แต่สภาพไม่ค่อยพร้อม พี่ขอไปต่อดีกว่า
ขับๆไปเจอป้าย Whistler Olympic Park คิดว่าต้องเป็นสวนสาธารณะสวยๆแน่เลย แต่ไม่จ้าาา ขับขึ้นเขาไป 10 กว่ากิโล สรุปเหมือนเป็นที่เล่นสกี ที่ตอนนี้ไม่มีหิมะ 555 กลับตัวแทบไม่ทัน ไม่เป็นไร ยังมีอีกจุดหมาย
Brandywine falls เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ที่ไม่ควรพลาดมาเที่ยว เราเห็นจาก IG story ของเมืองนี้นี่แหละ เราเดินไปจุดชมวิวไม่ไกลประมาณ 500 เมตร ทางเดินง่าย โชคดีมากว่ามีรุ้งกินน้ำมาพอดี เหมาะเจาะมาก เห็นคนลงไปเล่นน้ำข้างล่างด้วย ถ้าลงไปถ่ายได้จะสวยแน่ๆ แต่สภาพไม่ค่อยพร้อม พี่ขอไปต่อดีกว่า


ระหว่างทางขับไปเรื่อยๆก็เริ่มเจอทะเล เห็นแล้วอ่อเลยว่าถนนเส้นนี้ชื่อ Sea to sky highway ยาวมากๆ ตอนแรกอยู่แต่ในเขาก็งงนะ sea มาจากไหน เห็นทะเลถึงเข้าใจ สามารถแวะเที่ยวถ่ายรูปได้หลายที่เลย
ก่อนเข้า Vancouver เรามาเที่ยว Capalino suspension bridge เป็นสะพานแขวนขนาดใหญ่ เป็นอีกหนึ่งจุดท่องเที่ยวที่ค่อนข้างนิยมมาก ตอนแรกนึกว่าไม่มีค่าเข้า 555 คนละ 40+$ เลย แพงอยู่ แต่มาแล้วก็ต้องไป
สะพานแขวนอันนี้สร้างมา 100 กว่าปีแล้ว โดยวิศวกรชาวสกอตแลนด์วัย 62 ที่ย้ายมาอยู่ที่นี่ในสวนนี้จะแบ่งออกเป็น 3 ส่วนหลักๆด้วยกันโดยในส่วนแรกที่เข้าไปจะบอกเล่าความเป็นมาของการสร้างสะพานนี้ จะมีไกด์พาชมด้วยถ้าเราสนใจ
ก่อนเข้า Vancouver เรามาเที่ยว Capalino suspension bridge เป็นสะพานแขวนขนาดใหญ่ เป็นอีกหนึ่งจุดท่องเที่ยวที่ค่อนข้างนิยมมาก ตอนแรกนึกว่าไม่มีค่าเข้า 555 คนละ 40+$ เลย แพงอยู่ แต่มาแล้วก็ต้องไป
สะพานแขวนอันนี้สร้างมา 100 กว่าปีแล้ว โดยวิศวกรชาวสกอตแลนด์วัย 62 ที่ย้ายมาอยู่ที่นี่ในสวนนี้จะแบ่งออกเป็น 3 ส่วนหลักๆด้วยกันโดยในส่วนแรกที่เข้าไปจะบอกเล่าความเป็นมาของการสร้างสะพานนี้ จะมีไกด์พาชมด้วยถ้าเราสนใจ

Capalino suspension bridge สะพานขนาดยาวที่ได้บอกไปข้างต้น คนเดินเยอะมากก หามุมถ่ายรูปลำบากหน่อย ต้องใจเย็นๆ บางทีชอบมีคนแกล้งกระโดดด้วย

เมื่อเราเดินผ่านสะพานเข้าไปจะเจอทางเดินเที่ยวชมธรรมชาติเป็นจุดๆ สามารถเดินวนเป็นลูปได้ และที่ห้ามพลาดคือ tree top adventure เป็นสะพานแขวนอีกเช่นกัน แต่เชื่อมแต่ละต้นไม้เข้าหากัน ถ่ายรูปได้สวยดี



ช่วงนี้หน้าร้อน มีโชว์ Falcon Hawk ด้วย น้องน่ารักมากก


อีกอย่างที่ชอบที่นี่คือ ไม่ว่าจะไปที่ไหน จะมีสอดแทรกเกร็ดความรู้เกี่ยวกับธรรมชาติเสมอๆ เหมือนเป็นการปลูกจิตสำนึกพร้อมได้ความรู้ไปในตัว อ่านเพลินไม่เบื่อเลย


พอข้ามกลับมา อย่าลืมไปเดิน Cliff walk เป็นสะพานยื่นออกมาจากหน้าผา แต่ไม่ขยับนะ อันนี้เดินชมวิวสวยๆดี


เสร็จจากที่นี่ก็เข้าตัวเมืองกัน วันนี้เราพักใน downtown มื้อเย็นวันนี้เป็นราเมง ที่เค้าเคลมว่า ต้องกินก่อนตาย !! ชื่อ Kintaro ramen ที่ Denman st.

บรรยากาศในร้านเข้ามาเหมือนเข้าประตูโดเรมอนมาญี่ปุ่น กลิ่นน้ำซุปหอมมาก เพิ่งรู้ว่ากว่าจะออกมาเป็นราเมงชามนึงนี่ขั้นตอนเยอะมากนะถ้าพิถีพิถัน ทั้งผัดถั่วงอก เอาน้ำมาใส่ ใส่มัน คน หั่นหมู บลาๆๆ เราสั่ง Miso ramen เป็น best seller ของที่นี่ อร่อยมากกกก หมูชาชูคือเด็ดสุด
Day 15


Granville island เป็นเกาะเล็กๆใน Vancouver ซึ่งวันนี้เราจะไปเที่ยวกัน ตอนไปไม่รู้ว่ามีเรือข้ามฟาก เดินข้ามสะพานไปจ้า 555 ประมาณ 1-2 กมได้ ทั้งๆที่เรือข้ามฟาก อยู่ถัดจากที่พักไปแค่ 2 บล๊อคเท่านั้น T^T

ที่เกาะนี้จะมีหลายๆส่วนด้วยกัน มีทั้งตลาดสด ตลาดขายอาหาร ตลาดนัด
ร้านขายของน่ารักๆ รวมถึงมีมหาวิทยาลัยด้วย (คิดว่าน่าจะเป็น campus นะ)
มีร้านอาหารทะเลมากมายระหว่างทาง กลิ่นหอมโชยเรียกน้ำย่อยได้เป็นอย่างดี เรายังไม่ได้มีอะไรตกถึงท้องเลยแต่เช้า กะว่ามีหาเอาที่นี่แหละ
วันนี้มี Farmer market ด้วย ส่วนใหญ่ของที่มาขายก็จะเป็นผลิตภัณฑ์จากฟาร์ม
ที่ประทับใจคือช็อกโกแลตสด ร้าน Chocolate Nama ซึ่งมีหลายรสชาติให้เลือก เราชอบ Milk tea กับ สตอรว์เบอร์รี่ ที่สุด จริงๆคืออร่อยทุกรสนะ เลือกยากมากเลย กล่องละ 5$ ยิ่งซื้อเยอะยิ่งถูก
ร้านขายของน่ารักๆ รวมถึงมีมหาวิทยาลัยด้วย (คิดว่าน่าจะเป็น campus นะ)
มีร้านอาหารทะเลมากมายระหว่างทาง กลิ่นหอมโชยเรียกน้ำย่อยได้เป็นอย่างดี เรายังไม่ได้มีอะไรตกถึงท้องเลยแต่เช้า กะว่ามีหาเอาที่นี่แหละ
วันนี้มี Farmer market ด้วย ส่วนใหญ่ของที่มาขายก็จะเป็นผลิตภัณฑ์จากฟาร์ม
ที่ประทับใจคือช็อกโกแลตสด ร้าน Chocolate Nama ซึ่งมีหลายรสชาติให้เลือก เราชอบ Milk tea กับ สตอรว์เบอร์รี่ ที่สุด จริงๆคืออร่อยทุกรสนะ เลือกยากมากเลย กล่องละ 5$ ยิ่งซื้อเยอะยิ่งถูก

ร้านไส้กรอกเยอรมันร้านนี้คนก็เยอะ มีไส้กรอกหลายแบบให้เลือก เราเลือก Polish เป็นหมูรมควันมีกระเทียม กินเป็น hot dog สามารถเติมเครื่อง ซอส ได้ไม่อั้น ตัวไส้กรอกอร่อยดี แต่ขนมปังเย็นและเหนียวไปหน่อย


ยังไม่อิ่มแค่นั้น เดินเข้ามาอีกจะเจอขายอาหารมากมาย ทั้งอาหารจีน ญี่ปุ่น เครป อาหารกรีก เยอะมากมายละลายตา เราอยากกิน Fish&Chip เพราะดูเข้ากับบรรยากาศดี ปลา cod ที่ทอดมาร้อนๆกินคู่กับฟรายส์ และ tartar sauce เข้ากันได้อย่างลงตัว ปลาไม่เหม็นคาว กรอบมากกกด้วย

หลังเดินเล่นสักพัก เราได้ผ้าปูโต๊ะลายน่ารักๆมาจนได้ เครื่องใช้ทำครัวน่าใช้ไปหมด เห็นแล้วตาลายยยยย เจอร้านอาหารไทยชื่อ ผัดไท ด้วย แต่ไม่ได้ลองกินนะ คราวนี้ไม่พลาดละ ข้ามเรือกลับมา คนละ 3.5$ ใช้เวลาแค่ 5 นาที 555

เราไปเดินเล่นที่ English bay ต่อ เป็นชายหาดที่คนชอบมาทำกิจกรรมทางน้ำกัน ทั้งพายเรือ ว่ายน้ำ หรือ อาบแดด วันนี้แดดแรงมาก เดินไม่เท่าไรก็ขอบายดีกว่า

เจอร้านขายของน้องหมาด้วย ที่นี่อาหารบางยี่ห้อถูกว่าไทยเยอะเลย อยากจะหิ้วกลับไปจริงๆ
ภารกิจการกินวันนี้ยังไม่จบ เราเดินไปต่อกันที่ Yaletown เพื่อลองไอศครีมไนโตรเจนร้าน mister เราชอบโลโก้ร้านนี้ ดูเรียบง่ายและ minimal ดี เราสั่งมาลอง 2 แบบ คือ Creme brulee กับ Coconut ash
ภารกิจการกินวันนี้ยังไม่จบ เราเดินไปต่อกันที่ Yaletown เพื่อลองไอศครีมไนโตรเจนร้าน mister เราชอบโลโก้ร้านนี้ ดูเรียบง่ายและ minimal ดี เราสั่งมาลอง 2 แบบ คือ Creme brulee กับ Coconut ash


Creme brûlée ตัวไอศครีมวานิลลาหวานกำลังพอดี ไม่เลี่ยน แต่ดันเบิร์นน้ำตาลด้านบนไหม้ไปหน่อย Coconut ash ก็หอมมะพร้าวดี แต่กินแล้วฟันดำ 555


มื้อเย็นวันนี้กินอาหารจีนที่ร้าน sweet Mandarin ที่เจอโดยบังเอิญแถวโรงแรม รสชาติอาหารค่อนข้างดีมาก เป็ดย่างที่หนังกรอบหอมอร่อย ซุป sichuan ที่รสชาติกลมกล่อม ไม่ได้ใส่มะเขือเทศหนักๆแบบที่ไทย ปีกไก่ทอด หมูแดง อร่อยไปหมด
เสร็จแล้วกลับโรงแรมนอนพักผ่อน เพื่อวันพรุ่งนี้จะไป Victoria จ้า
อ่านรีวิว Victoria ได้ที่นี่ : (Coming soon)
Day19
2 วันที่เหลือที่ Vancouver เราก็ชิวๆ เก็บที่ๆยังไมได้ไปใน Vancouver
ตอนเช้าเราไปที่ Museum of Anthropology ที่ UBC เป็นอีกหนึ่ง highlight ของที่ Vancouver เป็นที่รวบรวมงานศิลปะ วัฒนธรรมต่างๆ ของหลายๆที่ โดยเฉพาะ แคนาดานี่แหละ จะมีเสา Totem นี่แหละที่นิยมมาดู มี exhibition ต่างๆ
มีงานคนไทยได้โชว์ด้วยนะ แต่เราอาจจะเข้าไม่ถึงงานเหล่านี้เท่าไร
อ่านรีวิว Victoria ได้ที่นี่ : (Coming soon)
Day19
2 วันที่เหลือที่ Vancouver เราก็ชิวๆ เก็บที่ๆยังไมได้ไปใน Vancouver
ตอนเช้าเราไปที่ Museum of Anthropology ที่ UBC เป็นอีกหนึ่ง highlight ของที่ Vancouver เป็นที่รวบรวมงานศิลปะ วัฒนธรรมต่างๆ ของหลายๆที่ โดยเฉพาะ แคนาดานี่แหละ จะมีเสา Totem นี่แหละที่นิยมมาดู มี exhibition ต่างๆ
มีงานคนไทยได้โชว์ด้วยนะ แต่เราอาจจะเข้าไม่ถึงงานเหล่านี้เท่าไร


จากนั้นหาอะไรกินแถว UBC นี่แหละ กินอาหารญี่ปุ่น เป็น Donut sushi แต่เราว่าเป็นคำปกติดีอยู่แล้ว 5555 จากนั้นเข้าไปใน downtown ไปตรง Gastown ที่มีนาฬิกาไอน้ำเรือนแรกของโลก แถวนี้มีร้าน souvenir หลายร้านเลย ซื้อของฝากที่นี่ได้เลย ร้านอาหารก็เยอะ มีตึกตรงกลางถนนเหมือน Flatiron ด้วย


เวลายังเหลือ 555 เลยขับรถเล่นในเมืองวนไปวนมา แวะ Chinatown นิดหน่อย แล้วกลับไปพักแถวบ้าน และก็ได้ทำการค้นพบว่าจากบ้านพักแค่ 5 นาที ก็ขับไปเจอ Beach แล้ว ชื่อ Jericho beach ซึ่งชิวมากกกก คนมาพักผ่อนเต็มไปหมด นั่งตากลมที่นี่ประมาณชั่วโมงนึง ก่อนปิดท้ายด้วยของหวานร้าน 720 sweet ที่เล็งมาหลายวัน


Day 20
วันสุดท้ายแล้วที่แคนาดา ก่อนพรุ่งนี้จะบินไป NYC แต่เช้าตรู่ จริงๆก็เก็บที่อยากไปได้หมดแล้ว เลยขับรถลงมาสำรวจแถว Richmond เจอ Asian supermarket ขนาดใหญ่บิ๊กเบิ้มมม มีขายทุกสิ่งอัน เดินเข้าไปเหมือนกลับไป UFM Fuji แถวบ้านเลยจ้า 555 เจออย่างนี้อยากมาอยู่เลย คิดว่าอยู่นี่ได้แน่นอน อยากกินอะไรก็มีหมด และวันนี้ยังไม่หยุดกิน เราไปกินไอศกรีมร้าน Rain or shine ที่เห็นคนเข้าคิวยาวเมื่อหลายวันก่อน ไอศกรีมอร่อยลืมมมม ได้เยอะด้วย ดีสุดๆ ก่อนปิดท้ายมือเย็นด้วยอาหารญี่ปุ่น (อีกแล้ว) 5555555
วันสุดท้ายแล้วที่แคนาดา ก่อนพรุ่งนี้จะบินไป NYC แต่เช้าตรู่ จริงๆก็เก็บที่อยากไปได้หมดแล้ว เลยขับรถลงมาสำรวจแถว Richmond เจอ Asian supermarket ขนาดใหญ่บิ๊กเบิ้มมม มีขายทุกสิ่งอัน เดินเข้าไปเหมือนกลับไป UFM Fuji แถวบ้านเลยจ้า 555 เจออย่างนี้อยากมาอยู่เลย คิดว่าอยู่นี่ได้แน่นอน อยากกินอะไรก็มีหมด และวันนี้ยังไม่หยุดกิน เราไปกินไอศกรีมร้าน Rain or shine ที่เห็นคนเข้าคิวยาวเมื่อหลายวันก่อน ไอศกรีมอร่อยลืมมมม ได้เยอะด้วย ดีสุดๆ ก่อนปิดท้ายมือเย็นด้วยอาหารญี่ปุ่น (อีกแล้ว) 5555555


เป็น 20 วันที่ประทับใจมากๆๆ ให้มาอีกก็มา เราชอบที่นี่มากจนอยากมาอยู่จริงๆเลย I love Canada <3 ครั้งหนึ่งในชีวิตเพื่อนๆควรจะมาเที่ยวที่นี่สักครั้ง เมืองดี คนดี ปลอดภัย แต่ค่าครองชีพก็สูงจริงๆ ธรรมชาติพอเห็นแล้วหายเหนื่อยเลย คุ้มค่ากับทุกบาททุกสตางค์ที่จ่ายไปแน่นอน


























