Singapore foodie trip ทริปตัวแตกกินแหลกที่สิงคโปร์ | ft. ชาคริต แย้มนาม

25 April 2019

ฮัลโหลลล เราจะขอพาโกอินเตอร์ลัดฟ้ามาที่สิงคโปร์ค่า ทริปนี้เราจะเน้น กิน กิน กิน กิน แล้วก็ กินนนนนนน เรียกได้ว่าใครน้ำหนักไม่ขึ้นห้ามกลับไทยนะคะ เราชอบประเทศนี้เพราะใกล้ไทยมากกก นั่งเครื่องบินแป้ปเดียวยังไม่ทันหลับดีก็ถึงแล้ว แถมประเทศเค้าก็เจริญมากๆ ไปไหนมาไหนสะดวกมากๆเลย ทริปนี้เราจะเน้นร้านที่ไม่ค่อยเป็น tourist attraction เท่าไร พวกข้าวมันไก่ บักกุตเต๋ ตัดทิ้งไปได้เลย บอกก่อนว่ามีร้านเปิดใหม่ด้วยนะ เลื่อนลงมาอ่านกันได้เลยยยยยย

Day 1

เริ่มที่ร้านแรกกันก่อนเลย Wolfgang’s steakhouse เป็นร้านสเต็กชื่อดังจากนิวยอร์ค ที่เพิ่งมาเปิดที่สิงคโปร์เดือน พฤศจิกายน ที่ผ่านมานี้เลย ใหม่สุดๆ ซึ่งก่อตั้งโดยพ่อลูก Wolfgang และ Peter Zwiener ซึ่งคุณพ่อเนี่ย ทำงานที่ร้าน Peter Luger steakhouse มากว่า40 ปีก่อนมาเปิดร้านเองเชียวนะ เรียกได้ว่าเก๋าแน่นอน
มากันหลายคนเลยจัดหนักกันหน่อย
เริ่มจาก Appetizers กันก่อนทั้ง Sizzling bacon (12 SGD) เป็นเบคอนที่หั่นแบบหนา เอาไป grilled จนได้ที่ กัดไปไม่เหนียวเลย และหอมมากๆด้วย แนะนำให้กินคู่กับซอสสูตรพิเศษของทางร้าน Old fashion sauce อร่อยมากๆ
Woldgang’s crab cake (38 SGD) crab cake สูตรพิเศษจากทางร้าน เนื้อปูแน่นๆเต็มคำ Fresh Mozzarella and beefsteak tomatoes (23 SGD) สำหรับคนรักสุขภาพเลยจานนี้ มะเขือเทศใหญ่มากจ้า กินคู่กับ mozzarealla cheese สดๆ มะเขือเทศสดดีนะ แต่ถ้าใครไม่ชอบกินมะเขือเทศอาจจะมีกลิ่นแรงหน่อย หรือจะลองสั่งเป็น mixed green salad (19 SGD) ดูก็ได้น้า ผักเน้นๆเหมือนกันจ้า
และแล้ว สิ่งที่รอคอยก็มาถึง Main นั่นเองจ้า เนื้อเป็นเนื้อนะจ้า กับ Porterhouse steak ซึ่งมีให้เลือก 3 ขนาดด้วยกัน สำหรับ 2,3,4 ที่ ราคาอยู่ที่ 185-360 SGD) เนื้อ grilled มา medium rare พอดีมาก ไม่เหนียวเลย แนะนำให้ลองชิมเนื้อแบบไม่จิ้มอะไรเลย มันดีมากกกกกก
Jumbo lobster 3LB (ราคาตามน้ำหนัก) lobster ตัวใหญ่จริง สามารถเลือกว่าจะนึ่งหรือต้มก็ได้ กุ้งสดมาก เนื้อกรุบๆเลย มีซอสมาให้ราดคู่กันด้วย เราแนะนำให้กินแบบไม่จิ้มอะไรก่อนเช่นเคย
นอกจากนี้ ยังมี side dishes ที่เลือกมากินคู่กันด้วย เราชอบ cream of corn (15 SGD) กับ marshed potatoes (18 SGD) อร่อยมากๆ กินคาวแล้วต้องกินหวานสินะ ของหวานก็จัดหนักกันอีกเช่นเคย สั่งมาทั้ง Apple strudel (15 SGD) New York style cheese cake (18 SGD) Chocolate mousse cake (18 SGD) Tiramisu (18 SGD) Key lime pine (18 SGD) และพระเอกเลยยย Hot Fudge Sunday (18 SGD) แนะนำว่าถ้วยนี้ห้ามพลาด
พิกัด: โรงแรม Intercontinental Singapore Robertson Quay MRT Clarke Quay
เปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 11.30 - 23.30 น.
เว็ปไซต์  FB: Wolfgang's Steakhouse SG IG: wolfgangssteakhouse

มาต่อกันร้านต่อไป อันนี้ exclusive มาก เพราะเราจะมาดูการทำแป้งปอเปี๊ยะกันนที่ร้าน Kway Guan Huat Jo Chiat Popiah ซึ่งร้านนี้ขายแป้งมานานกว่า 70 ปี และต้อง pre order เท่านั้น (สามารถสั่ง online ได้) ที่พิเศษกว่าที่อื่นคือยังใช้กรรมวิธีการทำแป้งแบบดั้งเดิม โดยใช้มือทำ เค้าบอกว่าเป็นสูตรลับของตระกูลเลย
วันที่พวกเรามานอกจากจะโชว์การทำแป้งแล้ว ยังมีห่อให้ได้ลองชิมด้วย เป็นไส้กุ้ง มันแกว แครอท และซอสที่รสชาติออกเผ็ดๆหน่อย แป้งแบบกรอบก็มีนะ เรียกว่า Kueh Pie tee เป็นอาหารเปอรานากัน สามารถทำเป็นถ้วยได้เลยกินง่ายดีด้วย

ถ้าใครอยากมาดูการทำแป้งแบบสดๆ สามารถมาได้วันเสาร์ – อาทิตย์ ช่วง 8.30-11.00 น. จ้า

พิกัด: ถนน Joo Chiat MRT Paya Lebar (EW Line), Dakota (CC Line)
เปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09.00 - 17.00 น.
เว็ปไซต์ 

หลังจากกินไป 2 ร้าน ท้องเริ่มแน่น ได้เวลาเดินเล่นยืดเส้นยืดสายกันหน่อยก่อนจะไปลุยต่อคืนนี้ ย่านที่เราไปถือว่าเป็นย่าน hipster ของสิงคโปร์ มีมุมชิคๆให้ถ่ายภาพ และร้านอาหารแนวๆเต็มไปหมด รอบหน้าถ้ามีโอกาสได้มาจะแวะที่นี่เลย เราไปทั้ง Duxton / Keong Saik / Bukit Pasoh / Ann Siang จ้า Lonely Planet ยังยกให้ย่าน Keong Saik ติดอันดับย่านฮิปที่สุดในเอเชียด้วย
ปิดท้ายคืนนี้ด้วยอาหาร Nyonya หรืออาหารพื้นเมืองชาวจีน มาเลย์ สิงคโปร์ ที่ร้าน Violet Oon Satay Bar & Grill อยู่บริเวณ Clarke Quay กินเสร็จหาบาร์นั่ง hang out ได้เลย
เมนูหลักๆที่ห้ามพลาดคือ สะเต๊ะ ทั้งไก่ หมู เนื้อ จากที่ได้ลองชิมแล้ว เนื้ออร่อยที่สุด นุ่มหอม ไม่มีกลิ่นสาปเลย Ngoh hiang หรือ หอยจ๊อ สีจะออกดำๆหน่อย คล้ายๆหอยจ๊อที่ไทยเลย แต่แอบแห้งไปหน่อย Buah Keluak Ayam เป็นแกงไก่เข้มข้นเผ็ดนิดๆ ตามฉบับอาหาร Nyonya และยังมีอาหารอื่นๆอีกมากมาย โดยอาหารร้านนี้จะมีกะทิเป็น based รสชาติอาจจะเข้มข้นมันๆนิดนึง
พิกัด: MRT Clarke Quay
เปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 18.00 - 24.00 น.
เว็ปไซต์  FB: Violet Oon Singapore

หลังจากนั้นก็เดินเล่นย่อยอาหารกันที่ย่าน Clarke Quay กันสักพัก แล้วกลับไปนอนพักออมแรงกินต่อพรุ่งนี้จ้า

Day 2

เช้านี้เรามีนัดกับน้องกบ อ๊บ อ๊บ ใช่แล้ว อ่านไม่ผิดหรอก กบจ้า เราจะไปลองโจ๊กกบที่ร้าน Tiong Shian Porridge Center แถวย่าน Chinatown
มาแล้วก็ต้องลองเนอะ โจ๊กกบหม้อไฟ แต่เค้าไม่ได้ขายแค่กบอย่างเดียวนะ หมู ปลา ปลาหมึก กุ้ง หรือ ไข่เยี่ยวม้าก็มีหมดเลย
ถ้าใครไม่กินโจ๊ก ก็ยังมีอาหารท้องถิ่นอื่นๆด้วยเหมือนกัน เช่น ปลาดิบ เต้าหู้ตุ๋น และ ผัดผักน้ำมันหอย ไก่ย่าง และ สะเต๊ะ สามารถสั่งโจ๊กเป็นชามๆ หรือจะสั่งเป็นหม้อดิน แล้วมาแบ่งกันได้ด้วย ตัวโจ๊กจะไม่ได้เละแบบที่บ้านเรา เหมือนอยู่กึ่งกลางระหว่างโจ๊กและข้าวต้ม ก็อร่อยไปอีกแบบนะ
พิกัด: MRT Chinatown (ใช้เวลาเดินประมาณ 2 นาที จากทางออก B)
เปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.00 - 04.00 น.

ต่อจากนั้นเราไปเดินเล่นกันแถวย่าน Haji lane เป็นอีกย่านที่ไม่ควรพลาดเมื่อมาสิงคโปร์ เป็นซอยเล็กๆที่มีกำแพง graffiti paint สวยๆเต็มไปหมด มีร้านขายของน่ารักๆราคาไม่แพงอีกด้วย
จาก Haji lane เราเดินไปจิบกาแฟที่ร้าน A.R.C coffee ได้ไม่ไกล อยู่ในย่าน Bugis เป็นร้านกาแฟสุดฮิป ที่มีกำแพงร้าน paint เกี่ยวกับร้านกาแฟไว้น่ารักมากๆๆๆๆ ร้านอาจจะไม่ใหญ่โตขนาดนั้น แต่แบ่งๆกันนั่งได้อยู่ ส่วนกาแฟจะออกเปรี้ยวๆหน่อย ใครชอบกาแฟเปรี้ยวนี่ไม่ควรพลาดเลย ของหวานยังเฉยๆอยู่ไม่โดนขนาดนั้น
พิกัด: MRT Bugis ทางออก B
Location เปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 10.30 - 18.00 น.
เว็ปไซต์:  FB: A.R.C Coffee IG: a.r.c.coffee

ยังไม่หยุดกินค่ะ ไปกันต่อ แต่ ที่ต่อไปเราจะไปนั้น พิเศษสุดๆ เพราะมื้อนี้ มีคุณชาคริต แย้มนาม มาลงมือทำอาหารให้เรากินกันด้วยยยย พอดีพกแต้มบุญมาทริปนี้ด้วยเลยได้กินฝีมือพี่ชาคริต 555 เรามากันที่ร้าน Alma by Juan Amador ที่มีเชฟ Haikal Johari (ไฮเคิล โจฮาริ) เชฟชื่อดังผู้เคยเป็นเ Executive chef อยู่ Water library มานานกว่า 10 ปี จนประสบอุบัติเหตุเลยกลับมารักษาตัวอยู่ที่สิงคโปร์ เห็นแบบนี้ แต่เชฟผู้นี้ก็ได้รับ Michelin star หลังเกิดอุบัติเหตุนะ เรียกได้ว่าไม่ธรรมดาเลยจริงๆ
จานแรกชื่อ Snack เห็นแล้วก็ร้องอ๋อเลย เพราะพี่ชาคริตทำมาเป็นชิ้นพอดีคำ เหมือนเป็นออเดิร์ฟก่อนจะเจออาหารจานถัดไป เป็นสาหร่ายทะเลทอด กับ บอสตันลอปสเตอร์ และ พริกจากเกาหลี
จานนี้ชอบมาก ชื่อว่า Mee Siam Broth พิเศษที่ใช้เนื้อหมูจาก ฮังการี เพราะว่าอร่อยและนุ่มกว่าปกติ (พี่ชาคริตบอกนะ) อย่าลืมบีบมะนาวก่อนกินด้วย หมูกับเส้นเข้ากันได้ดีมากซอสก็ทำออกมาได้ลงตัวสุดๆ
Sea crab จานนี้เป็นปูผัดพริกไทยดำ เมนูขึ้นชื่อของสิงคโปร์ เลือกมาเฉพาะกล้ามเน้นๆ รสชาติเผ็ดร้อนได้ใจมาก
Pentagonian toothfish จานนี้เป็น main หลักก็ว่าได้ เนื้อปลาสดเด้งหอมหวานมากๆ Egg yolk ทำมาเป็นแผ่นไม่เหมือนที่ไหนเลย เจ๋งมาก
มาถึงของหวานกันบ้าง Bubur Terigu ไอศกรีมมะพร้าวเผา กับน้ำตาลทรายแดง ป๊อปคอร์น และอันนี้เป็นเมนูพิเศษของเชฟ น่ารักมากๆ มาแบบพอดีคำ ที่อยู่ในถ้วยเป็นชาเย็น อร่อยดี
สุดท้ายได้ชักภาพร่วมกันด้วย พี่ชาคริตน่ารักมากๆ เป็นกันเองสุดๆ

ส่วนของร้านอาหารเปิดบริการ 2 ช่วงเวลา ทุกวันจันทร์ ถึง ศุกร์ 12.00 -14.30 น. วันจันทร์ ถึง เสาร์ 18.00 – 22.00 น.
หยุดทุกวันอาทิตย์
พิกัด: โรงแรม Goodwood Park MRT Orchard
เว็ปไซต์ FB: Alma by Juan Amador IG: almabyjuanamador

จากนั้นก็ไปเดินย่อยกันที่ ArtScience museum เราไปเดินในส่วนของ Future world ชั้นใต้ดิน รอบนี้แอบมีบางส่วนเปลี่ยนไปจากรอบที่แล้ว ตรงที่ฮิตสุดก็หนีไม่พ้นห้องที่เป็นไฟแสงๆแหละ คนเยอะมาก ต้องใจเย็นๆและเผื่อเวลาไว้เพื่อรูปที่สวยงามนะคะ
ยังพอมีเวลาเหลือ เลยเข้าไปเดินเล่นใน Marina bay sand ฝั่งที่เป็น shopping ไปหาซื้อขนมปังกล้วยแพคกลับบ้าน ^^ ทริปกินก็ต้องกินต่อนะคะ กองทัพต้องคลานด้วยท้องและพุงจริงๆค่ะ

เรามาตัวแตกกันต่อที่ร้าน Sin Hoi Sai seafood มื้อนี้อาหารทะเลนะจ้า ซีฟู๊ดจัดเต็มทั้งขนาดและจำนวนเมนู กุ้ง หอย ปู ปลา มาทั้งหมด ร้านนี้อร่อยทุกเมนูเลยนะ ปูก็ตัวใหญ่และสดมาก ห้ามพลาดกับหมั่นโถว แป้งทอดแบบผิวเนียนมาก ตัวแป้งหวานอร่อย ให้กินกับน้ำซอส xo
พิกัด: MRT Bayfront เปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 17.00 - 05.00 น.
เว็ปไซต์

จากนั้นกลับมาแถวโรงแรมที่ Orchard เดินเล่นชมไฟคริสต์มาสที่บริเวณนี้กัน
แต่ ยังไม่หมดแค่นั้น ยังไม่อิ่มค่ะ ! มาต่อกันที่ Lady M ร้านเครปเค้กชื่อดังจากนิวยอร์ก อยากให้มาเปิดที่ไทยบ้าง ขนาดดึกแล้วคนก็ยังเต็มร้านอยู่เลย มาแล้วก็อย่าลืมสั่งเครปเค้กนะ ที่นี่แต่ละชั้นจะบางมากๆ เค้าการันตีว่ามีมากกว่า 20 ชั้นแน่นอน เค้กอร่อยเกือบทุกชิ้นเลย ประทับใจเครปที่สุด กับชอคโกแลตเย็น
Lady M มีทั้งหมด 4 สาขาด้วยกัน Orchard central, Westgate, South beach, Scotts Square

พิกัด: MRT Somerset (Orchard Central) เปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 17.00 - 05.00 น.
เว็ปไซต์  IG : @ladymsg

Day 3

วันนี้วันสุดท้ายแล้ว ของสองวันที่ผ่านมายังย่อยไม่หมดเลยนี่ต้องไปต่ออีกละ 555 เช้านี้มากิน Breakfast แบบ Local จ้า ที่ร้าน YY Kafei Dian
มีอากงอาม่าเต็มร้านเลย สั่งมาเกือบทุกเมนูเช่นเคย ประทับใจหมี่ผัดไข่ดาวมาก เพราะเห็นตอนแรกคิดว่าไม่อร่อยแน่ๆ จืดชัวร์ แต่มันกลมกล่อมมากเลย ตัดสินจากหน้าตาไม่ได้จริงๆ และขนมปังปิ้งที่มาเป็นคู่ทา kaya ข้างในอันนี้ก็อร่อยไม่แพ้กัน ชานมก็มี ส่วนของทอดเฉยๆนะ

พิกัด: MRT Bugis หรือ Cityhall เปิดบริการทุกวันจันทร์ ถึง ศุกร์ ตั้งแต่เวลา 07.30 - 10.00 น.
IG: yykafeidian FB: YY Kafei Dian Singapore

จากนั้นเราก็ไปแวะถ่ายรูปกับ Merlion ซะหน่อย รอบที่แล้วไม่ได้มาถ่ายกับตัวนี้ ที่นี่มี PS café สาขาใหม่ด้วย ตอนเราไปเค้ากำลังจัดร้านอยู่ บรรยากาศดีมาก
และแล้วก็ถึงช่วงเวลาที่เรารอคอย กับการไป Platform 1094 หรือร้าน Harry Potter นั่นเอง รอบที่แล้วเรามาคนเยอะมากจนจะตกเครื่องเลยไม่ได้กิน รอบนี้ไม่พลาดละ
ที่ร้านมีพรอพให้แต่งตัวเป็นพ่อมดแม่มด พร้อมหมวก ผ้าพันคอ ไม้กายสิทธิ์ แว่นตายังมี!!
เครื่องดื่มที่ทุกโต๊ะต้องสั่งคือ Mr.Lich Flaming brew (15 SGD) คอกเทลสีฟ้าจุดไฟได้!! รสชาติก็อีกเรื่องนะแต่ effectนี่มาเต็มจ้า
เค้กชอคโกแลต Golden snitch อันนี้ก็อร่อย แถมน่ารักมากด้วย ปีกด้านบนเป็น white choc
หนังสือเล่มนี้ก็อร่อยเหมือนกัน ขออภัยจำชื่อเมนูไม่ได้
สุดท้ายเป็นน้ำแก้วนี้หน้าตาดี แต่เราไม่ชอบรสชาติมันเลย 5555
พิกัด: MRT Boon Keng Station ปิดวันจันทร์ วันธรรมดา ตั้งแต่เวลา 11.00 - 22.00 น. วันเสาร์ – อาทิตย์ 10.00 - 22.00น. Website  IG :@platform1094

ยังไม่จบแค่นี้ค่ะ จุดพีคคือร้านสุดท้าย ซึ่งเป็น บุฟเฟต์ติ่มซำจ้า 55555555555555555 อ่านมาถึงตรงนี้อย่างงนะว่ายัดลงไปได้ยังไง ก็ไม่รู้ตัวเองเหมือนกันนนน แต่โชคดีว่าไปหลายคน บางร้านไม่ได้ต้องกินเยอะขนาดนั้น สุดท้ายแล้ว เป็น บุฟเฟ่ต์ติ่มซำที่ร้านชื่อ Yum cha (ก็แปลว่าติ่มซำเลยตรงตัว) เปิดมาเกือบ 20 ปีแล้วอยู่ที่ Chinatown บรรยากาศจีนแท้ๆเลย ติ่มซำที่นี่ก็เป็นสูตรดั้งเดิม ทั้งเสี่ยวหลงเปา ขนมจีบ ฮะเก๋า ที่อร่อยมาก มื้อนี้ก็อิ่มพุงกางเช่นเคย
พิกัด: MRT Chinatown ทางออก A เปิดบริการทุกวันจันทร์ ถึง ศุกร์ ตั้งแต่เวลา 10.30 - 22.30 น.
เว็ปไซต์  IG: yumchasg​ FB: Yum Cha Restaurant 飲茶酒樓

จากนั้นเราก็กลับไปเอากระเป๋าที่โรงแรมและมุ่งสู่สนามบิน ทริปนี้สนุกมากๆได้มาร้านใหม่ๆที่ไม่รู้จัก มาเองคงไม่เจอแบบนี้ ขอบคุณการท่องเที่ยวสิงคโปร์ที่ชวนไปชิมด้วยค่า