Once in a lifetime at Bromo & Kawa Ijen

21 Jul 2017

หนึ่งใน bucket list ที่ตั้งใจว่าจะต้องเก็บให้ได้มาหลายปีแล้ว ในที่สุดก็ได้เวลาซะที เราจองตั๋วเครื่องบินกันตั้งแต่ปลายปี 2016 แต่ไปตอนเดือน มิ.ย. 2017 จองกันข้ามปีเลยทีเดียว แต่มาจัดการเรื่องไกด์เสร็จเรียบร้อยก่อนไปไม่นานมาก เนื่องจากเรามีเวลาไม่มาก เลยไม่ได้ไปบาหลีต่อ ซึ่งเป็นอะไรที่ คิดผิดมาก เพราะทำให้เหนื่อยขึ้นไปอี๊กกก !!!

ทริปนี้เราใช้เวลาเที่ยวจริงๆคือ 4 วัน 3 คืน แต่ตอนนี้ไม่มีสายการบินที่บินตรงจาก BKK – SUB ต้องไป transit ที่ KUL หรือ SIN ก่อน (แล้วแต่สายการบิน) ทำให้เสียเวลาเดินทางเพิ่มไปอีก 2 วัน เราเลือก Jetstar โดยไป transit ที่สิงคโปร์ รอบไป transit ค่อนข้างนาน แต่สนามบิน Changi มี Snooze lounge มีเบาะให้ผู้โดยสารที่รอเปลี่ยนเครื่องนอนได้ แม้ตอนไปถึงจะเต็มหมดทุกที่ก็ตาม 555 แต่ยังมีโซฟา และพื้นที่ยังนอนได้ มีที่ชาร์ตแบตให้ฟรีทุกโต๊ะ โอเคเลยแหละ

Snooze lounge จะอยู่โซนเดียวกับ Food court/ Crystal Jade/ 4 fingers chicken ถ้าหิวก็ลุกไปหาอะไรกินได้เลย และเราสามารถไปขอผ้าห่มที่ information ได้ฟรีด้วยนะ

Note1 สายการบินไปสุราบายา จากกรุงเทพฯ ไม่มี direct flight นะ Low cost ที่นิยมบินกันจะมี Jet star & Air Asia และ Full service จะมี Singapore airline & Garuda Indonesia

Note2 สิ่งที่ควรเตรียมไปในทริปนี้นอกจากสิ่งจำเป็นอื่นๆ

- ปลอกหมอน ผ้าห่มผืนเล็ก ที่พักของเรา 2 ที่อับมาก หมอน และ ผ้าห่มเหม็น ได้ปลอกหมอนและผ้าห่มตัวเองช่วยได้เยอะเลย ถ้าแบกถุงนอนไปได้เลยก็ดี
- ยาแก้เมารถ ยาแก้ปวด ยาคลายกล้ามเนื้อ ขนาดนั่งรถเฉยๆยังรู้สึกเพลียเลย ทางชันโค้ก หลุมเยอะ ใครขี้เมาห้ามลืมยาเด็ดขาด
- Mask ที่ Ijen จะมี หน้ากากออกซิเจนให้ แต่มันก็มีกลิ่น คาดว่าไม่เคยได้ล้าง . T__T ใส่ Mask บางๆกันทับไว้ชั้นนึงก่อนจะดีกว่า
- (อันนี้แล้วแต่ ไม่จำเป็นขนาดนั้น) รองเท้า Slipper ไว้เดินในห้อง โรงแรมชอบทำด้วยพื้นกระเบื้อง และ ข้างบนเขา หนาวมากก เดินทีแทบสะดุ้ง

Day 1 - Surabaya to Kawa Ijen

เราบินมาถึง Surabaya ประมาณเที่ยงกว่าๆ กว่าจะผ่าน immigration แสกนกระเป๋า ก็บ่ายกว่าๆแล้ว สนามบินค่อนข้างใหม่และสะอาด ไกด์ของเรามารอรับก่อนเวลา (คาดว่านานชัวร์ T.T) เราจองไปกับ Didik เค้าดีมาก เหมือนพ่อของทุกคนในทริปนี้เลย ประทับใจมาก 555

Note3

ไกด์มีหลายคนให้เลือก เราลองติดต่อ Adit ไปด้วยนะ แต่เค้าตอบช้ามาก เลือก Didik เพราะตอบเร็วและดูเอาใจใส่ดี บอกเลยว่าไม่ผิดหวังเลย มาดูแลพวกเราเองอีกต่างหาก

ค่าทัวร์ของเรา 3 คน 10,000,000 IDR เค้าจะให้โอนมัดจำผ่าน Western union 2,000,000 IDR ก่อน ที่เหลือจ่ายตอนไปถึง ราคานี้รวมอาหารเช้า ที่พัก ค่าสนามบิน ค่าน้ำมัน ค่ารถjeep ค่าม้า คือรวมทุกอย่างยกเว้นอาหารบางมื้อ หรือ ของกินเล่น เท่านั้น ตอนจองต้องคุยดีๆเพราะบางทีราคาถูกแต่รวมไม่หมด สุดท้ายพอๆกันหรือแพงกว่านะ ระวังเลย


เมื่อออกมาจากสนามบินบอกเลยว่าร้อนมาก ร้อนไก่ตายจริงๆ 5555 Didik พาเราไปซื้อ sim card ในเมือง ได้ data ทั้งหมด 12GB 60,000 IDR หลังจากนั้นก็ไปหาของกิน เค้าพาไปร้าน local มาก พวกเราเห็นแล้วอยากจะเปลี่ยนใจ แต่ไหนๆมาแล้ว ลองดูๆ สั่ง หมี่โกเร็ง เกี๊ยวกุ้งทอด ปลาย่าง (ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าคืออะไร) ดูรูปแล้วชี้ๆเอา ปรากฎว่าอร่อยทุกอย่างเลย ยกเว้น น้ำมะพร้าวที่เปรี้ยวและไม่เย็น เฉาะมาได้แบบน่ากลัวมาก 555 แต่ราคาก็สูงอยู่นะเมื่อเทียบกับค่าครองชีพที่นี่ มื้อนี้ประมาณ 200,000 IDR
จาก Surabaya ไป Kawa ijen ประมาณ 5-6 ชั่วโมง ตอนแรกก็แอบงงว่าทำไมมันนานขนาดนี้เนี่ย พอเห็นถนนและการขับรถของที่นี่ถึงเข้าใจ ถนนเป็นเลนส์สวนตลอดทาง ไม่ได้มี highway มีการแซงซ้ายขวากันตลอดเวลา ตอนแรกนี่นั่งตูดไม่ติดเบาะเลย พอสักพักเริ่มทำใจได้ว่า เป็นปกติของที่นี่แหละ และจงเชื่อใจคนขับซะ !! เราก็หลับๆตื่นๆไปตลอดทาง เป็นการนั่งรถที่ยาวนานมากจริงๆ ทางมีหลุมค่อนข้างเยอะ และหักศอก ถ้าใครเมารถง่าย อย่าลืมยาแก้มาเด็ดขาด

เรามาถึงที่พักประมาณ 3 ทุ่ม ที่ Cartimor homestay แต่ต้องออกจากที่พักตอนตี 1 คือแทบไม่มีเวลานอนเลย -0- ที่พักค่อนข้างเก่า (เราดูรีวิวจากคนอื่นๆที่ไปมา ดูดีกว่าตอนเราไปถึง อาจจะเพราะผ่านไปหลายปี) ห้องน้ำค่อนข้างสกปรก พื้นไม่ได้ล้าง แบบเป็นคราบดำๆ แต่ก็ยังมีน้ำร้อนให้นะ ถ้าอยากได้น้ำอุ่น ต้องพยายามผสมเอา อันนี้แล้วแต่เทคนิคของแต่ละคนแล้วแหละ มีขันน้ำให้ 1 อัน นอนไม่ทันไรก็ต้องตื่นแล้วอากาศค่อนข้างหนาวเลย ที่พักมีอาหารว่างเตรียมให้ด้วย จากที่พักใช้เวลาประมาณ 40 นาที – 1 ชั่วโมง

Day 2 : Kawa Ijen

เราใส่แค่เสื้อยืด heat tech และ กางเกง jumper มีคนมาขายหมวก ผ้าพันคอ ถุงมือ เต็มไปหมด ราคาโอเคอยู่นะ
Didik พาเราไปหลบในห้องหนีหนาว ผิงไฟ กินไมโลชิวๆ (หรอ 555) Didik ไม่ได้ไปกับเราด้วย มี local guide ไปกับเราแทน
ระยะทางจากจุดออกตัวถึงยอดประมาณ 3 กม ทางค่อนข้างดีนะ แต่ชันมาก ถึง มากมาก เป็นระยะๆ คิดถูกแล้วที่ไม่ใส่เสื้อหนาชั้นกว่านี้ เพราะเหงื่อออกท่วมมม สุดท้ายถอด heat tech ออกด้วยซ้ำ 555

ถ้าใครไม่อยากเดิน เดินไม่ไหว ที่นี่มีบริการ taxi ตลอดทาง ไปกลับจากจุดเริ่มต้นอยู่ที่ 1,000,000 IDR ถือว่าไม่แพงเลยนะ 55555 ไกด์เอาแต่พูดว่า almost there ตลอด ก็ได้แต่ almost ทุกที 5555 ถามว่าเหนื่อยมั้ย มันเลยคำว่าเหนื่อยไปแล้ว 555 พอได้เห็นวิวสวยๆก็โอเคอยู่นะ
ที่พีคกว่าคือ ตอนไปดู Blue frame นี่แหละ ต้องลงไปอีกจากยอดประมาณ 1 กิโลเมตร แต่เป็น 1 โล ที่มีความท้อแท้ปนอยู่เยอะมาก 555 เป็นหินทั้งทาง มีแต่ไฟฉายและไกด์นำทาง เป็นอะไรที่ยาวนานมากจริงๆ 5555 สำหรับเรา blue flame เฉยๆนะ ระหว่างทางที่ขึ้นมาตอนสว่างแล้วสวยมากๆเลย
ไหนๆขึ้นมาแล้วก็ต้องถ่ายรูปให้คุ้ม คือวิวดีมากจริงๆนะ แต่กลิ่นกำมะถันค่อนข้างแรงเลย หน้ากากที่ให้ใส่ บางทีก็ไม่ค่อยช่วยเท่าไร ทำให้หายใจลำบากด้วย ควรพก mask มาเองมากกว่า เราเจ็บคอยังไม่หายเลย
ตอนขาลงเดินลงมาได้สักพัก วิวดีมากอีกเช่นเคย แต่มี taxi มาเสนอให้เรา คนละ 50,000 IDR เลยตอบตกลง เค้าลากกันเร็วมาก นับถือเลยจริงๆ มาถึงข้างล่างก็บอกลาไกด์กัน
ลงมาแล้วก็ขอถ่ายรูปกับไกด์เป็นที่ระทึก เอ้ย ระลึก หน่อย
หลังจากนั้นมีแวะน้ำตกระหว่างทางกลับ ถ่ายรูปนิดหน่อย
แล้ว Didik ก็พากลับไปที่พัก อาบน้ำ กินอาหารเช้า ได้นอนประมาณ 1 ชั่วโมง แล้วออกเดินทางไป Bromo กัน

นั่งรถประมาณ 6 ชั่วโมงก็มาถึงที่พัก ระหว่างทางแวะหาอะไรกินระหว่างทางขึ้นไป Bromo ไก่สะเต๊ะ อร่อยมาก น้ำจิ้มสะเต๊ะ สามารถปรุงให้เผ็ดขึ้นได้ด้วย Bakso ลูกชิ้นเนื้อ อันนี้ก็อร่อยอีกเช่นกันนน แต่เราชอบแบบบ้านเรามากกว่า และสุดท้าย ขนมปัง อันนี้เด็ดมาก มาเป็นหนังสือเลย กรอบนอกนุ่มใน !
เราพักที่ Cemara Indah hotel ซึ่งเราสามารถมองเห็นวิวภูเขาไฟได้จากหน้าโรงแรมเลย เจ๋งปะหล่ะ ! แต่ที่พักค่อนข้างอับมาก ดีว่าน้ำร้อนทำงานได้ดี ผ้าห่มกับหมอนค่อนข้างเหม็น ดีที่เราพกผ้าส่วนตัว กับปลอกหมอนมาด้วย

Day 3 - Bromo & Madakaripura waterfall

ตื่นเช้าอีกแล้ว เราออกจากที่พักตี 3 นั่งจี๊บไปจุดชมวิว Penanjakan1 เราไปพักแก้หนาวที่ร้านกาแฟตรงทางขึ้น กล้วยทอดคือดีงาม อร่อยมาก เราได้เจอคุณนางพยาบาลสาวสวย 2 คนที่นี่ด้วย และคุณพยาบาลก็ให้ยาแก้เมากับพวกเรามา 555 รู้สึกดีมากได้เจอคนดีๆแบบนี้
วันนี้หนาวกว่าที่ Ijen เพราะไม่ได้ออกแรงเดินมาก หนาวแบบ มือแข็งเลยจ้า แนะนำให้ใส่มาหนาๆจัดเต็มเลยนะ ที่โรงแรมมีเสื้อกันหนาวให้เช่าด้วย แต่เตรียมมาเองน่าจะดีกว่า
วิวที่ได้เห็นก็คุ้มค่านะ ตามในภาพเลย
หลังจากดูวิว ถ่ายรูปกันเสร็จ ก็ได้เวลาไปขี่ม้ากัน เราจะขี่ม้ากันไปที่ภูเขาไฟโบรโม่ ตอนเราลงไปหมอกยังเยอะอยู่ คือขี่ม้ากลางหมอกจริงๆ 555 ม้าจะส่งเราตรงทางขึ้นปากปล่อง แล้วต้องเดินไปเอง 200 เมตร แต่ชันมากอีกเช่นเคย หวาดเสียวด้วย
พอขึ้นมาถึงปากปล่อง ที่กั้นไม่ได้สูง ตกลงไปคือ… ลาก่อนเลยนะ ขอถ่ายรูปนิดๆแล้วลงมาดีกว่า นับถือคนที่กล้าไปเดินรอบๆเลย
ขาขึ้นว่าเหนื่อยแล้ว ขาลงนี่เสียวกว่า นึกภาพความชันประมาณ 50-60 องศา บันไดขั้นติดๆกันสิ อื้อหืออออ แต่สุดท้ายก็รอดมาได้อย่างปลอดภัย ลงมาถึงตีนปล่องก็ขอถ่ายรูปกันเพิ่มเติมอีกหน่อย
มีคนมาเสนอให้ขึ้นม้าเค้ากันใหญ่ แต่เสียใจด้วย มีม้าแล้วจ้า
ลืมเราไป ตอนแรกเค้าจะให้กระดาษเป็นชื่อ ของเราได้ Figo เราก็เข้าใจว่าเป็นชื่อม้านะ ตอนขี่พอมันเริ่มดื้อ เราก็บอก Figo, calm down ! คนจูงม้าหันมามอง ‘Figo is my name!’ ตึงงงงง แสดงว่าเข้าใจผิดมาตลอด ม้าชื่อน้อง Rocky นะ เท่ทีเดียว
คนจูงม้าพาเรากลับมาส่งที่รถจี๊บ พร้อมถ่ายรูปให้ระหว่างทาง ทุกคนถ่ายรูปดีจริงๆประทับใจมาก Didik พาเราไปที่ ทุ่งหญ้า savannah กันต่อ ทุ่งหญ้านี้จะอยู่อีกด้านของภูเขาไฟ นั่งรถจี๊บไปเหมือนเดิม ทางก็ขรุขระ มากถึง มากที่สุดนะ 555 บางช่วงเป็นหลุมลึกขนาดคนลงไปนอนได้
บรรยากาศทุ่งหญ้าก็ประมาณนี้ สวยไปอีกแบบ แต่ตอนนี้คือร้อนมากๆๆ แล้ว ไม่เหมือนเมื่อเช้าเลย แทบปรับตัวไม่ทัน
ที่สุดท้ายก่อนกลับโรงแรม คือ whispering sand ชื่อนี้มีที่มาเพราะบริเวณนี้ทรายจะพัดปลิวไปมาตลอด ทำให้ไม่ค่อยได้ยินเวลาคุยกัน เหมือนเสียงกระซิบ
Landmark ของที่นี่คือ ก้อนหิน ซึ่ง มีไม่กี่ก้อน ก็ผลัดๆกันถ่ายเอา มองไปด้านหลังก็เห็นโบรโม่อย่างชัดเจน
ถ่ายกับแก๊งคุณนางพยาบาลสาวสวย โพสต์กันเก่งมาก

กลับมาถึงโรงแรมก็ได้เวลาอาหารเช้าพอดี อาหารเช้าที่นี่บอกตรงๆว่ากินเพื่ออยู่มาก omlette บางและไม่มีรสชาติเลย มีซุปผัก ข้าวผัด ผัดวุ้นเส้นให้กินพอประทังให้ผ่านไปอีกมื้อนึงได้

ที่ต่อไปคือน้ำตก Madakaripura ดูจากรีวิวแล้วสวยมากๆ การไปน้ำตกนี้จากที่พักนั่งรถประมาณ 1 ชั่วโมง นั่งมอไซค์อีก 1 กม และ เดินอีก 1 กม ค่ะ ห้ามลืมเสื้อกันฝนเด็ดขาด ซื้อข้างหน้าก็ได้ ไม่แพงเลย
มี local ไกด์มาดูแลเราอีกเช่นเคย คือ อันนี้ดูแลดีมาก ถือกระเป๋าและกล้องทุกอย่างให้จนเกรงใจ 555 สงสารนางไปเลย แต่นางบอก no no give it to me, it’s okay ! 55555 ตอนช่วงแรกจะเป็นทางเดินง่ายๆ ทางทำมาดีเลย แต่ช่วงสุดท้ายที่จะเข้าไปตรงลึกที่สุดนี่สิ ทั้งปีน ทั้งลุยน้ำ 555 หินปีนค่อนข้างยากเลย แต่พี่ไกด์ดูแลดีมาก ถ่ายรูปให้ตลอด และ นางถ่าย pano แนวตั้งเก่งมากจ้า ผ่านเลยยยย
ออกมาจากน้ำตก คือรู้สึกเริ่มไม่สบายและอยากนอน อากาศค่อนข้างร้อน แถมยังเปียกน้ำอีก Didik แวะให้เรากินสะเต๊ะกับขนมปังอีกเหมือนเดิม กินที่ร้านอร่อยกว่าเยอะ
วันนี้ก็ชิวๆ ไหนๆกลับเร็วเลยได้อาบน้ำ อาบน้ำอุ่นตอนพระอาทิตย์ยังไม่ตกนี่คือดีมาก เพราะถ้าหลังจากนั้นแล้ว ขอแนะนำว่าอย่าอาบ !

Day 4 - Seruni point - Strawberry garden - Surabaya

วันนี้มีนัดประมาณตี 4 ไปชมพระอาทิตย์ขึ้นที่ Seruni point แต่ แต่ แต่ ไข้ขึ้นจ้า ตัวร้อนหนักมาก ฝันร้ายนอนไม่ได้ เลยขอบายให้สมาชิกที่เหลือไปเก็บภาพมาฝาก

นอนหลับๆตื่นๆ ออกมาสูดอากาศ แต่งตัว เก็บของ วันนี้จะได้กลับแล้ววววว ระหว่างทางได้แวะ strawberry garden ด้วย แต่เค้าเก็บไปหมดแล้ว เหลือนิดเดียวเอ๊ง หลังจากนั้นก็นั่งรถยาวจนถึงสุราบายาเลย เป็นการเดินทางที่ทรมานมาก ครบ 4 ชั่วโมงตัวจะร้อนตลอด พารานี่แทบไม่พอ กลัวตับพังมาก
มื้อสุดท้าย Didik พามากิน chicken soup แถวสนามบิน รสชาติพูดไม่ถูกเหมือนกัน 55 แต่ไม่แย่นะ กินได้อยู่
และแล้ว Didik ก็พาเรามาส่งที่สนามบิน ร่ำลากันเรียบร้อย ก็เข้ามาหาที่ปักหลัก ทุกคนตรงดิ่งมาที่สตาบั้คส์เลยจ้า โหยหาความศิวิไลซ์มากบอกเลย 55555 กินสตาบั้คส์เสร็จก็ไปกินอาหารญี่ปุ่นข้างๆต่อ ตอนนี้อร่อยไปหมดเลย 555
เราแวะ transit ที่สิงคโปร์ นอนอีกคืนเช่นเคย มาถึงรีบพุ่งตัวไป 4 fingers chicken ทันที โหยหามากๆ กินเสร็จก็ได้เวลานอนจ้า
สรุป

ทริปนี้ถ้าใครถามว่าควรมาไม๊ ตอบเลยว่า ควรมาครั้งนึงในชีวิต อาจจะมีลำบากบ้าง ไม่สบายบ้าง แต่เห็นวิวแล้วคุ้ม หาเหนื่อยเลย ติดที่ตรงที่พักนี่แหละ ถ้าสะอาดสบายกว่านี้ จะชาร์จพลังให้เราได้มากกว่านี้เลย ถ้าใครจะไปมาถามได้นะ เพราะตอนขากลับ Didik ชี้โรงแรมที่แพงๆที่โบรโม่ให้ดู สะอาดและดูดี เป็นเงินไทยประมาณ 3000-4000 บาทเท่านั้น ถือว่าโอเคเลยนะ

ข้อมูลทริป Bromo - Kawa Ijen

ช่วงเวลาเดินทาง 6-11 มิถุนายน 2017
สายการบิน Jetstar เราจองล่วงหน้าค่อนข้างนาน คนละประมาณ 6,000 บาท
ค่าทัวร์ 3 คน 10,000,000 IDR
Pocket money 1,000,000 IDR เหลือกลับมาค่อนข้างเยอะ เพราะไม่มีอะไรให้ซื้อเท่าไร
Guide ชื่อ Didik (line id : bangdani66 Email : [email protected])