เป็นร้านที่ไปกินแล้วเรากับเพื่อนๆเห็นเป็นเสียงเดียวกันเลยว่าอร่อยมาก เชฟต้น ธิติฏฐ์ ทัศนาขจร ไม่ทำให้เราผิดหวังจริงๆ การันตีด้วยรางวัล 1 Michelin star ปี 2019 (ล่าสุด) และได้รับการจัดอันดับเป็นร้านอาหารที่ดีที่สุดของเอเชีย ลำดับที่ 14
Le Du | ฤดู เมื่ออาหารไทยไปไกลระดับโลก ความคุ้มค่ากับ 1 ดาวมิชลิน
เมื่ออาหารไทยไปไกลระดับโลก ความคุ้มค่ากับ 1 ดาวมิชลิน

Le Du หรือภาษาไทยอ่านว่า ฤดู ซึ่งทางร้านจะใช้วัตถุดิบที่หาได้ตามฤดูกาลต่างๆในประเทศไทยบ้านเรานั่นเอง และวัตถุดิบทั้ง 100% เป็นวัตถุดิบท้องถิ่น
ทางร้านมี tasting courses menu 3 ราคาให้เลือก โดยทุกคนในโต๊ะจะต้องเลือกราคาเดียวกัน แต่สามารถเลือกแต่ละจานตามใจชอบได้
4-Course menu มี 2 ราคาคือ 2,290++ / 2,990++
โดยเซต 2,290 จะไม่สามารถเลือก ข้าวขาหมู หรือ สเต็กเนื้อได้ใน course ที่ 3 ในขณะที่ 2,990 จะสามารถเลือกได้ทุกเมนู
6-Course menu ราคา 3,590++ จะได้ทานทุกเมนู
4-Course menu มี 2 ราคาคือ 2,290++ / 2,990++
โดยเซต 2,290 จะไม่สามารถเลือก ข้าวขาหมู หรือ สเต็กเนื้อได้ใน course ที่ 3 ในขณะที่ 2,990 จะสามารถเลือกได้ทุกเมนู
6-Course menu ราคา 3,590++ จะได้ทานทุกเมนู

เราเลือกเป็น 4-course menu ราคา 2,990++ และเรามากันหลายคน จึงพยายามสั่งไม่เหมือนกันเพื่อจะได้ชิมกันทุกอย่าง มาจ้า ต่อไปจะรีวิวอาหารแต่ละจานให้ฟังกันเลย
Amuse bouche
เริ่มด้วย กระทงทอง สีแดงสวยงามเพราะทำจากบีทรูทนั่นเอง เป็นไส้ไก่ และ ม้าฮ่อ ชิ้นเล็กๆรสชาติเข้มข้นๆ (ขออภัยไม่ได้ถ่ายม้าฮ่อมา)
First course : Cold dish
Squid : ทำจากปลาหมึกไข่ ชิ้นโต ไข่เยอะมาก ทานคู่กับซอสครีมน้ำพริกกะปิ จานนี้นัวมาก

Khao-chae : ข้าวแช่ที่หน้าตาผิดแปลกไปจากปกติที่เคยกิน แต่มาให้รูปแบบไอศครีมซอร์เบจ้าท่านผู้ชม คิดได้ยังไง?? กินทุกอย่างพร้อมกันแล้วดีมาก มันสดชื่นมากทั้งๆที่เราเป็นคนไม่ชอบข้าวแช่เอาซะเลย

Wild seabass : แตงโมปลาแห้ง โดยใช้ปลากะพง จานนี้ได้ความสดชื่นจากแตงโม แต่ส่วนตัวเราชอบจานปลาหมึกมากที่สุด

Second course : From the forest & sea
Ocean cat fish : ทางร้านใช้ปลาดุกทะเลนำไปย่าง มีส่วนผสมของไข่ปลาดุกดอง กินคู่กับแกงปลาดุกรมควันและผักเครื่องเคียง

Ant Larvae : ซุปไข่มดแดง เมนูนี้ดีมาก ชอบการนำเสนอด้วย ซุปซดแล้วสดชื่นมาก เป็นซุปปลาช่อนแดด มีส่วนผสมของเห็ดป่า ผักหวานป่า และมันฝรั่ง

River prawn : เมนู signature ของคอร์สนี้ และเราก็ชอบมาก เป็นกุ้งแม่น้ำย่างทั้งตัว เสิร์ฟคู่กับข้าวคลุกกะปิ เป็นข้าวออร์แกนิก มี pork belly jam กินแล้วเข้ากันมาก แนะนำให้สั่งเมนูนี้เลย

Third course : From the ranch
Free range chicken : เป็นเมนูไก่ห่อนึ่งของทางภาคเหนือ โดยทางร้านนำไก่มา sous vide ไว้ 1 คืน ได้ไก่ที่นุ่มมากๆ

Charcoal-grilled pork jowl : ข้าวขาหมูที่หน้าตาดูไม่เหมือนเอาซะเลย เป็น signature menu ของคอร์สที่ 3 จะเป็นส่วนคอหมูที่นำไปย่าง น่าจะ sous vide ด้วย นิ่มมากก ใช้เป็นข้าวบาร์เล่ย์ มีอาจาดเจลด้วย คือจานนี้เพอเฟค เพชรชอบมาก

30-day dry-edged beef tenderloin : สเต็กเนื้อชิ้นหนาๆ สามารถเลือกความสุกได้ จานนี้เรายังเฉยๆนะ

Fourth course : Sin
ก่อนจะถึงของหวานก็มี pre-dessert ให้ล้างปากกันซะหน่อย

Mango pudding : จานนี้จะได้ความสดชื่นๆของมะม่วงไปเต็มๆ มีทั้ง pudding ไอศครีม มะม่วงเจล

Chiang Mai chocolate : คนรักช็อกโกแลตจะเหมาะกับจานนี้ เป็นช็อกโกแลตส่งตรงจากเชียงใหม่

Coconut panna cotta : เราชอบจานนี้ที่สุดดดด มะพร้าวหอมมาก ดีทั้ง panna cotta และไอศครีมเลย

สุดท้ายมีปิดท้ายด้วยขนมกล้วยของโปรดเรา และขนมน้ำดอกไม้
มื้อนี้โดยรวมค่อนข้างประทับใจ ชอบที่สามารถยกระดับอาหารไทยให้สามารถไปทัดเทียมกับอาหารจากประเทศอื่นๆได้ รสชาติยังคงความเป็นไทยไว้แม้หน้าตาจะจัดออกมาสวยงามราวกับอาหารฝรั่งยังไงยังงั้นเลย ทางร้านใช้วัตถุดิบจาก local 100% อีกด้วย อาหารไม่ได้รสจัดมาก ทานได้ทั้งคนไทยและต่างชาติแบบสบายๆ แต่อาจจะมีติดนิดนึงตรงที่รสชาติอาหารแต่ละจานเข้มข้นมาก ไม่ใช่ว่าไม่อร่อยนะ แต่พอเรากินรสจัดหลายๆจานติดกับมันจะค่อนข้างเลี่ยนและหิวน้ำมาก ถ้าเกิดว่ามีซุปหรือคอร์สที่เป็นเมนูเบาๆคั่นบ้างจะดีมาก
📌: Le Du
📍: 399/3 ซอย สีลม 7 แขวง สีลม เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร 10500
🚇: BTS ช่องนนทรี (แนะนำให้นั่ง BTS แถวนี้รถติดและหาที่จอดรถยาก เดินจากบีทีเอส 1-2 นาทีเท่านั้น)
⏱: 18.00-22.30
⭕️❌: ปิดวันอาทิตย์
😋: ⭐️⭐️⭐️⭐️
💸: ฿฿฿฿
💆🏼: ⭐️⭐️⭐️
📌: Le Du
📍: 399/3 ซอย สีลม 7 แขวง สีลม เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร 10500
🚇: BTS ช่องนนทรี (แนะนำให้นั่ง BTS แถวนี้รถติดและหาที่จอดรถยาก เดินจากบีทีเอส 1-2 นาทีเท่านั้น)
⏱: 18.00-22.30
⭕️❌: ปิดวันอาทิตย์
😋: ⭐️⭐️⭐️⭐️
💸: ฿฿฿฿
💆🏼: ⭐️⭐️⭐️








