ฮอกไกโด รอบเดียวมันไม่พอ! | Hokkaido Travel Guide

, ฮอกไกโด รอบเดียวมันไม่พอ! | Hokkaido Travel Guide

30 January 2019

, ฮอกไกโด รอบเดียวมันไม่พอ! | Hokkaido Travel Guide
สมกับที่รอคอยมานานจริงๆกับฮอกไกโด เพชรอยากไปฮอกไกโดมาหลายปีแล้ว แต่ด้วยปัจจัยหลายๆอย่างทำให้ทริปนี้เลื่อนมาตลอด จนปีนี้รู้สึกว่าไม่ได้แล้ว ชั้นต้องไปให้ได้ โดยเราเลือกไปช่วงเดือนธันวาคม เพราะอยากไปสัมผัสหิมะ อยากได้ความรู้สึกถ่ายรูปสวยๆตอนหิมะตก และคิดว่าธันวาคมน่าจะยังไม่หนาวมากจนเกินไป (หรอ?)

ทริปนี้เราใช้เวลาเที่ยว 5 วันเต็ม

, ฮอกไกโด รอบเดียวมันไม่พอ! | Hokkaido Travel Guide
(ไม่รวมไป-กลับ) โดยแพลนคร่าวๆเป็นตามนี้
Day 1 : Biei – Asahikawa (นอน Asahikawa)
Day 2 : Noboribetsu (นอน Hakodate)
Day 3 : Hakodate - Otaru (นอน Otaru)
Day 4 : Otaru – Sapporo (นอน Sapporo)
Day 5 : Sapporo (นอน Sapporo)
, ฮอกไกโด รอบเดียวมันไม่พอ! | Hokkaido Travel Guide
รอบนี้เราบินกับ Airasia หางแดงเจ้าเดิม เพราะบินตรงถึงเลย ไม่อยากเสียเวลาแวะพัก ไฟล์ทขาออกคือ XJ620 เวลา 23.55 น. ถึงประมาณ 8.25 น. ของอีกวัน พร้อมเที่ยวได้เลย คือดีงาม ส่วนไฟล์ทกลับคือ XJ621 ซึ่งตอนนี้เค้าเปลี่ยนเวลาออกแล้ว จาก 9.30 น. เป็น 12.13 น. ซึ่งดีมากเลย ไม่ต้องตื่นเช้าตรู่แล้ว ถึงดอนเมืองประมาณ 18.00 น. กำลังดีเลย

**คำเตือน ตอนเช็คอินไฟล์ทขาออกคือคนเยอะมากๆนะ ต้องเผื่อเวลามารอเลย แต่เราซื้อ Red carpet เพิ่มมาจากบ้าน (คนละ 1,000 บาท) ไปถึงจะมี express lane ได้ check-in ก่อนเลย พร้อมเข้า lounge ได้ฟรี ได้ขึ้นเครื่องก่อน และได้กระเป๋าก่อนด้วย เมื่อก่อนไม่เห็นความสำคัญของ red carpet เลย จนวันนี้แหละ **
, ฮอกไกโด รอบเดียวมันไม่พอ! | Hokkaido Travel Guide
เราชอบบินไฟล์ทกลางคืนแบบนี้ เพราะได้นอนหลับเต็มอิ่มเลย (คือเราเป็นคนหลับง่าย หลับได้แทบตลอดไฟล์ทเลย) เราสั่งอาหารบนเครื่องไว้ด้วย เลือกเป็นฟูซิลลี่ไส้กรอกไก่ ได้กินร้อนๆก่อนนอนคือดีมาก (จริงๆก็ฟาดใน lounge มาเยอะอยู่555) คำถามที่โดนถามเยอะ ว่าบิน low cost โอเคมั้ย? สำหรับเพชร โอเคเลยนะ ไฟล์ท XJ เป็นเครื่องใหญ่

การแต่งกาย

, ฮอกไกโด รอบเดียวมันไม่พอ! | Hokkaido Travel Guide
ทริปนี้บอกเลยว่าหวั่นใจมาก มีแต่คนบอกหนาวมากจริงๆ และเราไม่ได้ไปเที่ยวช่วงนี้มาหลายปีแล้วด้วย หมดค่าชุด ค่าพรอบไปเยอะมากเลย55555 ช่วงที่เราไปเดือนธันวาคมอุณหภูมิประมาณ -5 ถึง 2 c
เสื้อ เราใส่ Ultra heat tech ทั้งเสื้อและกางเกง Heat tech ธรรมดาแบบคอเต่า บางวันจะมี sweater อีกตัว แล้วก็เสื้อปล้อง ผ้าพันคอ หมวก
กางเกง ใส่ยีนส์อีกตัวหรือว่ากางเกงวอร์มแบบหนาๆ เราใส่ Champion อุ่นดีเลย
รองเท้าถุงเท้า ซื้อถุงเท้า heattech มา มันดีงามมาก เราไม่หนาวเท้าเลย และเราใส่บูทของ UGG ซึ่งมีลื่นบ้างอะไรบ้าง แนะนำว่าถ้ามันลื่นมาก มาซื้อบูทหิมะที่นี่เลย ถูก ดี ไม่แพงมากด้วย
เราขนของไปเยอะมาก ซึ่งสุดท้ายก็ใส่ซ้ำไปซ้ำมาอยู่ดี 5555555

Simมือถือ

คราวนี้ใช้ของ Sim2fly สัญญาณโอเคเลย แนะนำให้เติมเงินไปเผื่อฉุกเฉินด้วยนะ

ประกันเดินทาง

รอบนี้ใช้ของ SOMPO ราคาค่อนข้างโอเคเลย ซื้อตอนนี้ใช้ code PAIDONNNN ได้ลด 10% ด้วยนะ (ถึงสิ้นเดือนกพ 62 นี้เท่านั้น) จองผ่านลิ้งค์นี้ได้เลย http://traveljoy.sompo.co.th/

ที่พัก

เราเลือกโรงแรมหลากหลายมาก มีทั้งถูกและแพงปนกันไปนะ แนะนำให้นอนเรียวกังคืนนึงพร้อมแช่ออนเซ็นมันเป็นอะไรที่ฟินมากกกกก จองผ่าน Booking.com ลิ้งค์นี้ https://www.booking.com/s/infl0t23 ได้ cash back คืนเข้าบัตรเครดิต 1,000 บาทนะ (ยอดขั้นต่ำ 2,000 บาทและuserที่ใช้ต้องไม่เคยใช้ลิ้งค์ไหนๆมาก่อน)

Day1

, ฮอกไกโด รอบเดียวมันไม่พอ! | Hokkaido Travel Guide
หลังจากหลับมาอย่างเต็มอิ่ม เราก็มาถึงแล้วววว พอเปิดหน้าต่างเครื่องบินขึ้นมาถึงกับอื้อหือออ ชั้นมาถึงแล้วโว้ยยย ทำไมมันสวยอย่างงี้ กรีดร้องง แค่เริ่มก็ฟินแล้วววววววว เมื่อรับกระเป๋าเสร็จ เราก็ออกไปเอารถกัน ทริปนี้เราขับรถเกือบทั้งหมด ยกเว้นตอนอยู่ใน Sapporo เราเช่ารถของ Toyota (https://rent.toyota.co.jp/) มีเวอร์ชั่นภาษาไทยแล้วด้วย จองง่ายเลย เราเลือก Toyota เพราะมีศูนย์บริการอยู่แทบจะทุกเมืองในญี่ปุ่นเลย ราคาโอเค บริการดี (จะมีเอเจนซี่จากไทยรับจองเหมือนกัน แต่เราเช็คดูแล้วเค้าจะบวกเพิ่มประมาณ 1000-4000 บาท ซึ่งจริงๆเราทำเองได้) แนะนำให้เช่า ETC ไว้ด้วย เป็นเหมือน easy pass ขึ้นทางด่วน สะดวกมาก และมีโปรแบบเหมาเป็นวันด้วย ซึ่งถ้าขับรถเยอะแนะนำให้เหมาไปเลย เราไม่ได้เหมาสุดท้ายคือจ่ายแพงกว่าประมาณ 1,000 บาท อ้อ!เลือก GPS ภาษาอังกฤษด้วยนะ

จุดมุ่งหมายแรกของเราวันนี้คือ Blue pond จาก Chitose ก็ขับยาวขึ้นไปเลย ฤดูหนาวอาจจะขับเร็วไม่ได้เท่าไร เพราะถนนค่อนข้างลื่น ตามทางจะมี speed limit โชว์ไว้ตลอด เราสามารถพิมพ์ชื่อสถานที่ เบอร์โทรศัพท์ หรือ map code ลงไปใน GPS ได้เลย บอกเลยนี่คือ GPS ที่ฉลาดมาก คำนวณเส้นทางและเวลาดีกว่า Google maps อีก วิวข้างทางระหว่างขับรถสวยมากๆจริงๆ นึกว่าอยู่ในเทพนิยาย ชั้นคือเอลซ่า ~~~ นี่เป็นสเน่ห์อีกอย่างของ road trip เลยแหละ ได้จอดแวะข้างทางถ่ายมุมที่ชอบด้วย
ประมาณเกือบๆ 3 ชั่วโมงได้ (มีแวะโน่นนี่ระหว่างทางตลอด) ก็ถึง Blue pond ซะที และสิ่งที่เห็นก็เป็นตามภาพเลยจ้า…
, ฮอกไกโด รอบเดียวมันไม่พอ! | Hokkaido Travel Guide
อื้อหือ ไหนหล่ะน้ำสีฟ้าของชั้น? มันขาวโพลนไปหมดดดด หิมะตก หนาวจนน้ำแข็งหมดแล้ว หมดกัน 5555 น่าจะต้องมาช่วยพย จะเห็นเป็นสีฟ้าอยู่ แต่ไม่เป็นไร ขำๆไป บรรยากาศรอบๆสวยมากอยู่ดี ที่พีคไปอีกคือลืมไป Shirahige waterfall เพราะมัวแต่นึกถึง Christmas tree ตึ่งๆๆๆ555
ขับไปเรื่อยๆเจอเหมือนคนจอดรถถ่ายรูปกันเยอะที่ Takushinkan (มารู้ทีหลังว่าเป็น photo gallery) เลยแวะตาม มีต้นไม้สวยๆอีกแล้ว
, ฮอกไกโด รอบเดียวมันไม่พอ! | Hokkaido Travel Guide
ลืมไปอีกอย่างว่าช่วงนี้จะมืดค่อนข้างเร็ว พอไปถึง Christmas tree แสงก็หมดซะแล้ว ถ่ายมาได้ไม่เยอะเท่าไร จุดนี้เป็นจุดที่ Instagramer ชอบมาถ่ายรูปกัน ด้วยรูปทรงและความโดดเดี่ยวของต้นคริสต์มาสนี้แล้ว ชวนให้คนหลงใหลแห่เข้ามาถ่ายรูปกันอย่างไม่ขาดสาย ให้พิมพ์ใน Google map ว่า A tree of Christmas tree หรือใส่ map code 349 788 146
, ฮอกไกโด รอบเดียวมันไม่พอ! | Hokkaido Travel Guide
เนื่องจากแสงหมดจนแทบไม่เหลือเลยไปได้แค่อีกที่เท่านั้น ตรงนี้คือ Mild seven hills เป็นเนินเล็กๆที่มีต้นไม้เรียงกัน 7 ต้น แค่นี้แหละ มาตอนมีแสงและฟ้าเปิดน่าจะถ่ายสวยเลย
, ฮอกไกโด รอบเดียวมันไม่พอ! | Hokkaido Travel Guide
คืนนี้เรานอนกันที่เมือง Asahikawa ซึ่งขับไปไม่ไกลเท่าไร เมืองนี้ใหญ่เป็นอันดับ 2 ในฮอกไกโดรองจากซัปโปโร มาถึงก็มืดมากทั้งๆที่เพิ่งแค่ 5 โมงเท่านั้น ที่พักเราอยู่ตึกเดียวกับ Aeon mall เลยฝากท้องมื้อเย็นไว้ที่นี่ เรามากินร้าน Shabu Sai เป็นบุฟต์ อร่อย คุ้มค่ามาก เนื้อชิ้นโตสุดๆ (อ่านอย่างละเอียดใน Hokkaido Eat Guide นะ)
, ฮอกไกโด รอบเดียวมันไม่พอ! | Hokkaido Travel Guide

Day 2

, ฮอกไกโด รอบเดียวมันไม่พอ! | Hokkaido Travel Guide
เช้านี้หิมะตกหนักมาก ถ้าเป็นฝนนี่คงร้องกรี๊ดไปแล้วว แทบไม่มีคนอยู่ outdoor เลย แต่เราไม่ได้เห็นหิมะตกแบบนี้นานมาก เลยขอออกไปถ่ายรูปเล่นซะหน่อย อารมณ์นักท่องเที่ยวขี้เห่อ(หิมะ) 555 ตอนแรกอยากจะไปชิมราเมนเจ้าดังที่นี่ แต่เห็นว่าหิมะตกหนักมาก กลัวไปอีกที่ไม่ทัน เลยซื้อของในซุปเปอร์แล้วกินบนรถแทน TT^TT วันนี้ขับรถไกลมากจาก Asahikawa มาที่ Noboribetsu วิวระหว่างทางคือสวยมาก นี่มันเทพนิยายชัดๆเลยอ่ะ
Jigokudani หรือ Hell Valley คือจุดหมายแรกของเราในวันนี้ (ซึ่งจริงๆก็หมดไปเกือบครึ่งวันกับการขับรถแล้ว) อยากมาที่นี่เพราะเรื่องแฟนเดย์เลย 55555 หนังเรื่องนี้ก็เป็นอีกเหตุผลนึงที่ทำให้อยากมาฮอกไกโดนะ ที่นี่ไม่มีค่าเข้า แต่ว่ามีค่าจอดรถประมาณ 500 Yen เหมาทั้งวันได้ ไปถึงแอบมีฝนตกเบาๆ แต่ไม่นานก็โชคดี ฟ้าเป็นใจ ฟ้าหลังฝนสวยมาก ช่วงฤดูหนาวเค้าจะเปิดให้เดินดูแค่บริเวณใกล้ๆเท่านั้น trail ที่เดินไกลๆจะปิด คาดว่าข้างบนคงหิมะเยอะและเคลียร์ทางไม่ได้
ที่นี่กลิ่นกำมะถันไม่ค่อยแรง ดีกว่าที่ไต้หวันและIjenมาก 5555 ถ่ายรูปอย่างเพลิน เจอคนไทยเยอะมากเลย แนะนำให้เดินขึ้นบันไดไปด้วย ด้านบนมี snowman ด้วย
ความพีคมันอยู่ตรงที่ดูเวลาผิด คิดว่าไป Hakodate ไม่นาน แต่มันอีกหลายชั่วโมงเลยจ้า เราก็เวิ่นเว้อถ่ายรูป แวะกินข้าวโน่นนี่ พอรู้งี้ ต้องรีบขับไปเลย โชคดีว่าทางเค้าเคลียร์หิมะไปเกือบหมดเลยขับค่อนข้างสะดวก
มาถึง Hakodate ประมาณเกือบสองทุ่มได้ แวะกินราเมนร้อนๆให้อุ่นท้อง และคืนนี้เราไปแช่ onsen ฟินมาก แนะนำให้แช่แบบ outdoor นะ มองพระจันทร์ อยู่ในน้ำร้อนๆมันผ่อนคลายมาก
ข้างๆโรงแรมเป็น Kanemori Red Brick Warehouse มี Christmas tree ต้นเบอเร่อเลย คนไปถ่ายรูปกันเต็มไปหมด

Day3

ตื่นเช้ามากิน Breakfast ที่โรงแรมเพราะเป็นหนึ่งใน mission ที่ต้องทำสำหรับทริปนี้เลย เรานอนโรงแรม La Vista Hakodate Bay ที่นี่จัดว่าเป็นอาหารเช้าที่ดีที่สุดในญี่ปุ่นอันดับ 2 บอกเลยมันดีมากก ไม่เคยเจออาหารเช้าคิวยาวขนาดนี้มาก่อน ทุกอย่าง All you can eat มีทั้งแนว Japanese กับ Western ที่ประทับใจสุดคือ Kaisen don ที่ตักทุกอย่างได้ไม่อั้นและสดมากกกก Ikura สวยทุกเม็ด ในส่วน Western ขนมปังก็ดี นุ่ม แนะนำให้ลองชีสเค้ก กับโยเกิร์ตด้วย
Check out แล้วเราก็ขับรถไปขึ้นจุดชมวิว Mt. Hakodate โดยในฤดูหนาวต้องขึ้นกระเช้าไปเท่านั้นนะ ค่าเสียหายไป-กลับอยู่ที่ 1280 Yen ซึ่งวันที่เราไปคนแทบไม่มีเลย กระเช้าจะมาทุก10 นาที รวดเร็วมากๆ ไม่ต้องแย่งกันถ่ายรูปเลย ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าคนหายไปไหนหมด 555 ถ้าหิมะไม่ปกคลุมเยอะ สามารถเดินไปเรื่อยๆถึงเขาด้านหลังได้เลย แต่วันนี้หิมะปกคลุมทั้งทาง กลัวลื่นตกเขาเลยพอดีกว่า
ก่อนจะจากเมือง Hakodate เราก็ขอแวะ fish market กันซะหน่อย ที่นี่เป็นตลาดสดขายอาหารทะเล มีร้านอาหารทะเลมากมายเต็มไปหมดเลย ค่อนข้างสะอาดและเป็นระเบียบมาก เพชรว่าคล้ายๆตลาดสามย่านที่บ้านเรานี่แหละ เพชรตั้งใจจะมากินร้าน Uni murakami แต่คิวยาวมากจริงๆ เกรงว่าถ้ารออาจจะไปถึง Otaru มืดมากแน่ๆ เลยลองสุ่มร้านแถวนั้นดูดีกว่า คิดว่าน่าจะดีเหมือนกันหมด
จนมาเจอร้านนึง คนก็เต็มนะ เป็นอาม่าขายกันอยู่ 2 คน เราก็คิดว่าน่าจะโอเคเลย ซึ่งจริงๆแล้วนั้น มันก็ค่อนข้างภาพไม่ตรงปกซะเท่าไร ได้หน้าน้อยกว่าที่คิดมาก รสชาติปานกลาง แต่ไม่ว้าวขนาดนั้น ส่วนนึงอาจจะเพราะว่าเรากินมื้อเช้ามาแบบจัดเต็มมาก
จากนั้นออกเดินทางสู่ Otaru ซึ่งก็ใช้เวลาขับรถค่อนข้างนานพอสมควรอีกแล้ว ระหว่างทางก็ผ่าน Niseko ด้วย เราอยากมาเล่นสกีที่นี่มากเลย แต่ด้วยเวลาค่อนข้างจำกัดในทริปนี้ เลยต้องข้ามไปก่อน
, ฮอกไกโด รอบเดียวมันไม่พอ! | Hokkaido Travel Guide
, ฮอกไกโด รอบเดียวมันไม่พอ! | Hokkaido Travel Guide

Otaru masazushi

มาถึง Otaru ก็มืดซะแล้ว วันนี้เรามีจองร้าน Omakase ชื่อดังของที่นี่ไว้ ชื่อว่า Otaru masazushi ร้านซูชิเก่าแก่ประจำเมืองโอตารุ เปิดมาอย่างยาวนานกว่า 80 ปี จนตอนนี้เป็นรุ่นที่ 3 มาบริหารแล้ว (ตอนนี้มาเปิดสาขาแรกที่ ICONSIAM นะ) และเชื่อมั้ยว่ายังฮอตฮิตอยู่จนทุกวันนี้ ถ้า walk in เราอาจจะต้องรอถึง 2 ชั่วโมงเลย นอกจาก Omakase แล้วยังมีเมนู a la carte อีกด้วย ราคาไม่แพงเลย คุ้มค่าเกินราคามาก (ส่วนนี้ขอไปรีวิวใน Vlog นะ)
คืนนี้หิมะตกหนัก แต่เราผู้เห่อการเห็นหิมะ เลยต้องขอออกมาเดินเล่นซะหน่อย ความตกหนักจนร่มจะปลิวก็วันนี้แหละ แต่ได้ภาพที่ถูกใจมาก หัวเปียกนิดหน่อย กลับมาแช่ออนเซนก่อนหลับปุ๋ยไปในคืนนี้

Day4

, ฮอกไกโด รอบเดียวมันไม่พอ! | Hokkaido Travel Guide
หลังจากหิมะตกหนักทั้งคืน เช้านี้เมืองเลยกลายเป็นสีขาวไปทั้งหมด พร้อมกันท้องฟ้าที่ใสแจ๋ว สวยงามมาก เราไม่รอช้า รีบเดินไปถ่ายรูปที่คลองโอตารุกันอีกรอบในตอนเช้า คำแนะนำคือ คลองมีหลายสะพาน ไม่ต้องไปอัดๆกันตรงสี่แยกแถว Otaru music box museum ก็ได้ ตรงอื่นถ่ายแบบไม่มีคนสบายๆเลย
กิจวัตรเช้านี้คือ ขูดหิมะออกจากรถจ้า เพราะตกหนักมาทั้งคืน แนะนำให้สตาร์ทรถไว้ด้วย ความร้อนจากรถจะช่วยให้หิมะละลายและขูดได้ง่ายขึ้นนะ ขูดก่อนเปิดประตูรถนะ เพราะเราพลาด หิมะเข้ารถไปเต็ม เปียกเลย
, ฮอกไกโด รอบเดียวมันไม่พอ! | Hokkaido Travel Guide
ยังอยู่ที่เมืองนี้ต่ออีกสักพัก มาเดินเล่นตรงที่เป็น walking street มีของกินเยอะแยะเต็มไปหมด พร้อมร้านขายเครื่องแก้ว เพราะเครื่องแก้วเป็นของขึ้นชื่อของเมืองนี้ และที่ไม่ควรพลาดคือการกินชูครีม Kitakaro และ ชีสเค้ก Le TAO นั่นเอง
, ฮอกไกโด รอบเดียวมันไม่พอ! | Hokkaido Travel Guide
Otaru music box museum เป็นจุดเช็คอินของทุกคน ขายกล่องเพลงหลากหลายราคาและแบบมาก แต่เราไม่ค่อยอินเท่าไร เลยไม่ได้ซื้ออะไรติดมือด้วย
, ฮอกไกโด รอบเดียวมันไม่พอ! | Hokkaido Travel Guide
, ฮอกไกโด รอบเดียวมันไม่พอ! | Hokkaido Travel Guide
, ฮอกไกโด รอบเดียวมันไม่พอ! | Hokkaido Travel Guide
จากโอตารุ ขับรถแค่ 30-40 นาทีเท่านั้น ก็ถึงซัปโปโรแล้ว ยังไม่ทันหลับเลย เรียกได้ว่าใกล้จริงๆ เราพักผ่อนซักพักและออกไปหาอะไรกินต่อในวันนี้ จุดหมายของเราคือ Suage soup curry นั่นเอง มาเที่ยวซัปโปโรทั้งที ไม่ควรพลาดการกิน ซุปคาเรเลย เพราะเป็นอาหารขึ้นชื่อของที่นี่ อากาศหนาวๆซดซุปร้อนๆนี่ดีมากจริงๆ และร้านที่เรามาก็ดันเป็นร้านดังซะด้วย ซึ่งคิวยาววนเป็นงูสองชั้นล้นออกมาหน้าร้านเลยจ้า ตอนแรกคิดว่าจะถอดใจดีมั้ย เดี๋ยวไม่ได้ทำอย่างอื่นพอดี แต่ความอยากกินก็ชนะทุกสิ่ง ยืนรอวนไปจ้า แต่เค้าจัดการค่อนข้างดี รอประมาณ 30 นาทีก็ได้เข้าไปนั่งในร้านแล้ว เย่ กินอิ่มแล้วเดินต่อได้
เราเดินเล่นจากแถว Susukino ไปเรื่อยๆ ผ่าน Odori park ไปจนถึง Sapporo station ใช้เวลาประมาณ 20 นาที เหมือนจะนานแต่เดินดูวิวไปเรื่อยๆแปปๆก็ถึงแล้ว แถวนี้มีทั้ง JR, subway ห้างสรรพสินค้าเต็มไปหมด ตรงนี้ขาช้อปอย่างเราก็ไม่พลาด ขอแวะ Bic camera สักนิด แม้สุดท้ายจะไม่ได้ซื้ออะไรมาเลยก็ตาม (หักห้ามใจได้)
มื้อเย็น (ซึ่งก็ไม่ได้ห่างจากมื้อมะกี้สักเท่าไร) คือมื้อที่เรารอคอยเลย Tokachi butadon ข้าวหน้าหมูย่างนั่นเอง ตอนอยู่ไทยเราชอบไปกินแถวสีลม แต่หลายๆคนบอกว่ามันคือคนละร้านกันนะ อร่อยของจริงต้องมาที่ซัปโปโร (เป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่ impact ต่อการเกิดทริปนี้เลย) เราไม่ได้กินสาขาที่ Stellar place นะ แต่ไปอีกสาขาที่เดินไปอีกสักพัก เน้นเดินตามเพื่อนอย่างเดียว สาขานี้คนไม่เยอะด้วยที่ Johigashi (ที่อยู่ตามนี้ 4-19,Kita 9 Jo Higashi,Higashi-ku,Sapporo) อร่อยสมใจอยากจริงๆ
, ฮอกไกโด รอบเดียวมันไม่พอ! | Hokkaido Travel Guide
ช่วงที่เราไปตอน 16.30-22.00 น. ที่ Odori park มีจัด Illumination light เป็นการจัดแสดงไฟทั้งสวนเลยพร้อมมีตลาดนัดเล็กๆให้หาอะไรกินง่ายๆด้วย คนก็เยอะพอสมควร แต่ไม่แย่งกันถ่ายรูปนะ ซึ่งเราว่าก็สวยดี แต่ที่บ้านเราจัดงาน festive อลังการกว่าเยอะ
, ฮอกไกโด รอบเดียวมันไม่พอ! | Hokkaido Travel Guide

Day 5

Merry Christmas ! เช้าวันสุดท้ายแล้วที่จะได้เที่ยว ฮือ เวลาผ่านไปเร็วเสียจริงๆ เลยพยายามรีบตื่นเช้า (9โมงนี่เช้ามั้ย?) ภารกิจตอนเช้าคือหาที่ซื้อและส่ง postcard และถ่ายรูปเล่นแถว Former Hokkaido government office หิมะตกแล้วสวยมาก ฮือ ยิ่งไม่อยากกลับเข้าไปใหญ่
, ฮอกไกโด รอบเดียวมันไม่พอ! | Hokkaido Travel Guide
, ฮอกไกโด รอบเดียวมันไม่พอ! | Hokkaido Travel Guide
มื้อเที่ยงเราแพลนไว้ว่าจะกินปู มาแล้วไม่กินเหมือนมาไม่ถึง แต่ แต่ ร้านที่จะไป เต็มจ้า รอ 1 ชั่วโมง และตอนนั้นก็หิวมากๆด้วย เลยคิดว่าถ้าไปหาปิ้งย่างกินก่อนแล้วกลับมาปูร้านนี้ตอนเย็นดีมั้ย สรุปเย็น fully booked จอบอ ตอนนั้นชีวิตเหมือนคนล่องลอยเคว้งคว้าง แต่ตาก็เหลือบไปเห็นปูอีกร้าน Hokkaido Kani Shogun เลย walk in เข้าไปเลย มีภาษาไทยด้วยเว้ย สรุปได้กิน รอประมาณ 10 นาทีเท่านั้น น่าจะเป็นร้านยอดฮิตของคนไทยด้วย เพราะคนไทยเต็มร้านเลย ตอนนั้นหิวมาก เอาแบบเกือบแพงสุดเลยเว้ย ใช้เงินแก้ปัญหา 5555 แต่ก็โอเคเลย ปูสด อร่อยมาก โดยเฉพาะชาบูปู ซดน้ำเกลี้ยงหม้อเลย
ช่วงบ่ายมีเวลา วันนี้อากาศดีด้วย (แต่หนาวมากนะ) เลยว่าจะไป Hokkaido Shrine ที่ Maruyama park กันซะหน่อย เข้าวัดเข้าวากันบ้าง นั่ง Subway ไปคนละ 200 Yen (เราไม่ได้ซื้อ Supica นะเนื่องจากว่านั่งไม่กี่เที่ยว คำนวณแล้วไม่คุ้ม) ไปลงสถานี Maruyama Koen

หิมะตกปกคลุมทั้งสวนจนขาวโพลน สวยมากเลยยยย แต่ลื่นมากเช่นกัน เกือบล้มไปหลายรอบด้วย กว่าจะเดินไปถึง Hokkaido Shrine แต่เราอยู่ถ่ายรูปแปปเดียวเพราะจะไปกิน Maruyama pancake ต่อ กลัวหมดจ้า

ตัดสินใจว่าจะเดิน เพราะดูไม่ไกลมาก ไม่เปลืองค่า subway ด้วย แต่ลืมไปว่า นี่ฤดูหนาว หิมะเยอะมาก เดินยากมาก 5555 ความเร็วนี่ช้ากว่าเต่าไปอีกอ่ะ กว่าจะถึงเดินจนตัวจะแข็ง โชคดีมากๆเพราะถ้าช้ากว่านี้นิดเดียว แพนเค้กหมดแล้วจ้า
, ฮอกไกโด รอบเดียวมันไม่พอ! | Hokkaido Travel Guide
, ฮอกไกโด รอบเดียวมันไม่พอ! | Hokkaido Travel Guide
, ฮอกไกโด รอบเดียวมันไม่พอ! | Hokkaido Travel Guide
กลับมาแถว Odori park กันอีกรอบ วันๆก็ใช้ชีวิตอยู่แถวนี้นี่แหละ จริงๆตอนเช้าเราวางแผนจะไปกิน Barisart แต่ผิดพลาดนิดหน่อย เลยกลับมาตอนเย็นแทน ร้านนี้เป็นร้านที่คอกาแฟทุกคนแนะนำว่าต้องมาลอง ร้านนี้พิเศษที่ให้เราเลือกนมแทนเมล็ดกาแฟนะ เป็นนมจากจังหวัดในฮอกไกโดหมดเลย ร้านเล็กมากๆ และบาริสต้าก็น่ารักมากเช่นกัน
จากนั้นได้เวลาอาหารเย็น กะว่าจะไปกินเนื้อย่างร้าน GAJA แต่คิวยาวมากกกก บอกว่าว่างอีกที 4 ทุ่ม (ตอนนั้น 6 โมงกว่าๆ T^T) กระซิกๆ ร้านอื่นก็ได้ว้า แต่เชื่อมั้ยว่าทุกร้านที่เข้าไป ไม่เต็มบ้างก็รออย่างน้อย 1-2 ชม หมดเลย เพราะเป็นวันคริสต์มาสนั่นเอง ช็อคมากตอนนั้น แบบเดินเข้าตึกแล้วกดลิฟต์ทุกชั้น ว่าร้านไหนว่างจะกินเลย แต่ไม่มีสักร้าน นี่โดนกลั่นแกล้งชัดๆ หิวโว้ยยยยยยยยยยยย

สุดท้ายเราเลือกร้าน Sekai Yakiniku World champion ที่รอประมาณ 1 ชั่วโมง ความพีคคือ ตอนแรกมาถึงเค้าบอกมีคนไม่มาพอดี ปล่อยโต๊ะให้เราเลย แต่พอเรากำลังจะสั่งอาหาร เจ้าของโต๊ะอาหารดันมา ต้องลุกจ้า โอ้ยยย เลยไปเดินเล่นดองกี้รอ เป็นการต่อสู้อย่างยาวนานจริงๆ
, ฮอกไกโด รอบเดียวมันไม่พอ! | Hokkaido Travel Guide
หลังจากกินเสร็จก็ไปช็อปปิ้งต่อ ดองกี้นี่แหละดีสุด คนเยอะมาก เหมือนหลงเข้าไปในสมรภูมิอะไรสักอย่าง เดินจนมึนเกือบๆ 4-5 ทุ่มได้มั้ง เรียกได้ว่าแวะทุกอย่างทิ้งท้ายจ้า กว่าจะจัดกระเป๋า แพ็คของเสร็จ ก็เกือบตี 1 ยังไม่ทันนอนเลย ก็ต้องตื่นซะแล้ว เราขึ้นเครื่องกลับไฟล์ท XJ621 ตอน 9.30 น. การเดินทางไปสนามบินมีทั้ง JR, Shuttle bus หรือ Taxi ก็จะสะดวกที่สุด แนะนำว่าให้ดูว่าใกล้ที่พักเดินทางไปไหนสะดวกที่สุด ที่นี่ค่อนข้างตรงเวลามากๆเลย ขากลับก็ไม่ลืมจะสั่งอาหาร เพราะเช้าและหิวข้าวแน่นอนกินอิ่มหลับต่อจนถึงไทยจ้า ทริปนี้ประทับใจมากๆๆๆๆ เป็นทริปปลายปีที่มาเที่ยวแล้วรู้สึกว่าหายเหนื่อยและชาร์ตพลังให้กลับไปทำงานต่อได้ บอกได้เลยว่า ฮอกไกโด ครั้งเดียวไม่พอแน่นอน 
, ฮอกไกโด รอบเดียวมันไม่พอ! | Hokkaido Travel Guide
, ฮอกไกโด รอบเดียวมันไม่พอ! | Hokkaido Travel Guide