Dragon’s back & Shek O Village

05 April 2019

อยากชวนเพื่อนๆที่ไปฮ่องกงมาทำอย่างอื่นนอกจากชอปปิ้ง ไหว้พระ ตะลุยกินกันบ้าง รอบนี้เรามาลอง trekking กันด้วยกับเส้นทางที่ได้เป็น The best urban hike in Asia เลยทีเดียว กับ Dragon’s back และไปเที่ยวต่อกับหมู่บ้าน Shek-O หมู่บ้านติดทะเลสุดชิว (แม้คลื่นจะซัดแบบถาโถมก็ตาม) เราไม่เจอคนไทยเลยแม้แต่คนเดียว แนะนำให้มาจริงๆนะเราว่ามันดีมาก

Dragon’s back เป็นอีกเส้นทางยอดนิยมที่คนฮ่องกงและชาวต่างชาติแนะนำมาเดินและออกกำลังกาย ด้วยวิวติดทะเลที่สวยงาม ยิ่งวันไหนถ้าฟ้าใสก็จะสวยมากๆ การเดินที่ไม่ยากเกินไป มีช่วงชัน ขรุขระบ้าง แต่โดยรวมเราว่าเดินไม่ยากเลย
ที่ชื่อว่า Dragon’s back เพราะเนื่องมาจากตรงสันเขาที่เราเดินไปถึง Peak นั้น จะมีขึ้นลงสลับกันเหมือนหลังของมังกรเลย บางสันก็สูงชัน บางสันก้ไม่ยาก เรียกได้ว่ามียากง่ายสลับกันไป แต่ด้วยทิวทัศน์ที่สวยงาม คนละเรื่องกับในเมืองที่แออัด บอกเลยว่าทุกคนจะเพลิดเพลินไปกับวิวจนไม่สนใจความเหนื่อยเท่าไร (แต่ก็เหนื่อยอยู่ดีนะ 555)

การเดินทาง

ให้เรานั่ง MTR ไปลงที่สถานี Shau Kei Wan ทางออก A3 ไปต่อรถบัสสาย 9 ไม่ต้องห่วงว่าจะหลงเพราะมีป้ายบอกทางตลอด และผู้คนส่วนใหญ่ก็จะไปที่เดียวกับเราเลย นั่งประมาณ 15 นาทีก็ถึงจุดปล่อยตัว 5555 โดยเราลงป้าย To Tei Wan นั่งไปประมาณ 11 ป้าย
ตอนแรกที่ลงจากรถบัสอาจจะยังไม่เห็นวิวอะไรเท่าไร ฝั่งตรงข้ามถนนที่ลงก็จะเห็นเป็นทะเล ตรงนี้สามารถข้ามไปถ่ายรูปได้นะ แต่ระวังๆหน่อย ตรงจุดที่ลงรถจะมีห้องน้ำให้เข้า ซึ่งเป็นจุดสุดท้ายที่มี แต่ด้วยความที่อยู่บนเขามันก็จะไม่ได้สะอาด แนะนำให้เข้ามาก่อนเลย

อีกอย่างที่ห้ามขาดคือ เสบียง น้ำ ขนม หรือของกินระหว่างเดิน เพราะไม่มีอะไรขายทั้งสิ้น แนะนำให้ซื้อมาจากในเมืองเลยนะ กินแล้วก็อย่าทิ้งขยะเรี่ยราด เก็บลงมาทิ้งขยะด้วยนะ (ระหว่างทางที่เดินไม่มีขยะเลยแม้แต่ชิ้นเดียว จิตสำนึกคนที่นี่ดีมาก)
การเดินช่วงแรกเราจะยังไม่เห็นอะไรเท่าไร เพราะยังไม่ใช่วิวที่แท้จริง เราเหมือนต้องเดินตัดเขาขึ้นไปด้านบนแล้วค่อยเดินขนานกับทะเลไป (ขนานระยะไกลนะ 555) เลยจะเหมือนอยู่ในดงต้นไม้ใบหญ้ามากกว่า ช่วงแรกจะมีชันหน่อยๆ แต่เห็นผู้คนที่มาเดิน คุณลุงคุณป้าเดินกันเก่งมาก ทำให้เรามีแรงฮึดสู้ 555 จะมีวิวทะเลให้เห็นเป็นพักๆนิดหน่อย แต่ยังไม่สวยนะ แนะนำให้รีบเดินดีกว่า
เดินไปเรื่อยๆจะเจอศาลาให้แวะพัก จุดนี้เราต้องเลี้ยวขวาขึ้นไปนะ ถ้าตรงไปจะลงไปที่ชายหาดด้านล่าง (ไกลพอสมควร) ให้เดินๆไปตามทางเรื่อยๆ ทุกคนไปจุดหมายเดียวกัน พอเราเดินถึงสันเขาเห็นวิวแล้วหายเหนื่อยเลย วิวสวยมากๆ แม้วันที่เราไปฟ้าจะไม่ใสก็ตาม และลมก็แรงมากๆๆๆๆๆเช่นกัน ตัวแทบปลิว เสียงคุยกันแทบไม่ได้ยินมีแต่เสียงลม แนะนำให้ใส่เสื้อกันลมกันไปด้วย
พอถึงสันเขาแล้ว ให้เราเดินไปทางซ้ายมือ จะมีคนไปทางขวาเหมือนกันแต่เราเดินไปดูเป็นมุมถ่ายรูปเฉยๆไม่ใช่ peak ที่เราจะไป จากจุดนี้แหละที่เป็นหลังมังกรจริงๆ เพราะจะเป็นทางขึ้นลงตลอดเวลา โชคดีว่าฝนไม่ตก พื้นดินแห้งเลยไม่ค่อยลื่น บางช่วงมีชันเกือบ 90 องศานะ ถือว่าท้าทายตัวเองดี
หลังมังกรตัวนี้ค่อนข้างยาวเลย 5555 แต่จากจุดนี้เดินไปเราก็จะเห็นวิวสวยๆๆๆไปเรื่อยๆ ทำให้ความเหนื่อยลดลงไปครึ่งนึงเลย เราซื้อ kfc มาเติมพลัง กิน KFC บนยอดเขานี่อร่อยกว่าปกติหลายเท่าเลย 555 กินเสร็จก็ห่อเก็บไปทิ้งข้างล่าง อย่าทิ้งขยะไว้นะจ๊ะ
เดินมาสักพักก็ถึง Peak จะมีป้ายบอก จุดนี้คือลมแรงมากจนมึนไปหมดละ 55555 ถ่ายรูปแปปๆเลยลงดีกว่า ระหว่างทางสิสวยกว่าตรงยอดอีก จริงๆจะเดินไปต่อก็ได้นะ แต่ค่อนข้างอีกไกลเลย
ขาลงเร็วกว่าขาขึ้นอยู่แล้ว แปปๆก็ถึงจุดปล่อยตัวที่เดิม จากตรงนี้ก็สามารถนั่งรถไป Shek O village ได้เลย จะรอรถบัสคันเดิม หรือ จะมีมินิแวน ไปได้เหมือนกัน จะแพงกว่าและต้องจ่ายเงินสด ตอนเราลงมามินิแวนมาพอดี ขี้เกียจรอเลยเอาอันนี้แหละ นั่งไปประมาณ 5-10 นาทีก็ถึง
Shek O เป็นหมู่บ้านเล็กๆติดทะเล มาถึงแล้วค่อนข้างเซอร์ไพร์สว่าหมู่บ้านนี้มีแต่รถหรูๆ รถสปอร์ตทั้งนั้นเลย เด็กฝรั่งเยอะอีกด้วย คาดว่าน่าจะเป็นบ้านพักหรือบ้านตากอากาศของชาวต่างชาติ และค่อนข้างเป็นที่นิยมของคนฮ่องกงอีกด้วย คู่รักมาถ่าย pre wedding ก็ค่อนข้างเยอะ
เราเดินเลาะไปตามหมูบ้านจนถึง Shek-O lover bridge แต่ไม่รู้ว่าเป็นสะพานคู่รักยังไงนะ เป็นสะพานสีฟ้าธรรมดา แต่วิวดี เป็นโขดหิน คลื่นค่อนข้างแรงเลย นั่งถ่ายรูปสักพักค่อยเดินกลับ
ขากลับจะมีท่ารถบัสให้รอตรงทางเข้าหมู่บ้าน ไปรอได้เลย ก็จะนั่งกลับไปที่ MTR สถานีเดิมจ้า
เราแนะนำให้มานะ ฮ่องกงมีอะไรดีๆอีกเยอะแยะเลย

Special Thanks :
Thai AirAsia
Tripizee wifi

#ไปฮ่องกงไปกับแอร์เอเชีย
#airasia #TRIPIZEE
#tripizeepocketwifi
#paidonnnngointer #PaidonnnnxHK