Road trip in Scottish Highlands แดนในฝันสำหรับสายธรรมชาติ

Petchie

13 Mar 2019

หนึ่งใน road trip ที่ประทับใจมากๆของเรา และเป็น route ที่แนะนำสำหรับคนที่ชอบขับรถเที่ยวมากๆ คุณจะพลาดที่นี่ไม่ได้เด็ดขาดเลย ! เราขอให้นิยามที่นี่ว่า ‘ความงามที่สัมผัสได้จริง’ ว่าแล้วนั่งหลังตรง ทำสมาธิ และตั้งใจอ่านรีวิวนี้กันได้เลย …

การไปเที่ยวแต่ละครั้งก็มีหลายรูปแบบแตกต่างกันออกไป แต่แบบที่เราชอบที่สุดก็หนีไม่พ้นการขับรถเที่ยว หรือที่เรียกกันติดปากว่า Road trip นั่นเอง โดยข้อดีที่ชอบมากๆก็คือ เราสามารถจัดการเวลาทุกอย่างได้ตามสะดวก แวะจุดที่อยากแวะได้ โดยไม่ต้องกังวลว่าจะขึ้นรถไฟไม่ทัน หรือทัวร์มีเวลาให้แค่นี้ โอ้ย ชั้นอยากอยู่ต่อ 555

ทริปนี้เป็นส่วนหนึ่งของทริปไปเที่ยวประเทศอังกฤษของเรา โดยเราไปอยู่ Scotland ทั้งหมด 7 วัน และขับรถเที่ยวที่ Scottish highlands ทั้งหมด 4 วัน 3 คืน จริงๆถือว่าน้อยไปนะ ควรไปนานกว่านี้ แต่ด้วยเวลาที่มีจำกัด แค่นี้ก็ยังดีกว่าไม่ได้ไป จริงมั้ย?

Highlands เป็นดินแดนที่เหนือสุดของเกาะอังกฤษ เป็นส่วนหนึ่งของ Scotland โดยบริเวณนี้จะไม่มีตึกสูงเลย และคงความเป็นธรรมชาติไว้ค่อนข้างมากเลย ถ้าใครเป็นสายธรรมชาติ ชอบ trekking ไม่ควรพลาดอย่างแรง

เตรียมตัวยังไงก่อนไปบ้าง?

Itinerary : แผนการเดินทางคร่าวๆของเราก็ประมาณนี้ ตามในภาพเลย โดยเราเริ่มจากที่เมือง Glasgow ขับวนเป็น loop มาจบที่เดิม เพราะพี่ๆเรามาเรียนต่อที่นี่นั่นเอง

Accommodation

แน่นอนเราควรหาที่พักล่วงหน้าไว้ก่อน โดยเฉพาะ Isle of Skye ซึ่งเป็นเกาะที่สวยมาก และเล็กมากเช่นกัน ที่พักส่วนมากมักจะเต็มไวมากๆ เราแนะนำให้จองทุกที่ให้เสร็จแต่เนิ่นๆเลย ที่นี่ไม่เหมาะกับการไปหาเอาดาบหน้าเลย อาจจะได้นอนแข็งอยู่กลางเมือง
เรามีส่วนลดมาฝากเพื่อนๆทุกคน จาก Booking.com ที่เราใช้จองโรงแรม ที่พัก มาตลอด จนตอนนี้ได้เป็น Genius แล้ววววว ชอบตรงที่สามารถจองไว้ก่อน ถ้าอยากเปลี่ยนใจสามารถยกเลิกได้ฟรี หรือถ้าจองแบบไม่ยกเลิก ราคาก็จะถูกไปอีก ที่พักมีหลายแบบตั้งแต่โรงแรม 6 ดาวยัน hostel เลย

โดยเพียงเพื่อนๆจองผ่าน ลิงก์นี้  
จะได้รับเงินคืนเข้าบัตรเครดิตมูลค่า 1,000 บาทไปเลย
โดยมีเงื่อนไขง่ายๆดังนี้
*ที่พักที่ทำการจองจะต้องราคายอดรวม 2,000 บาท ขึ้นไปเท่านั้น
*จำกัด 1 สิทธิ์ต่อ 1 ท่านเท่านั้น ผู้จองสามารถใช้สิทธิ์จองผ่านลิงค์ของบล็อกเกอร์ได้เพียงแค่ครั้งเดียว
ตลอดการจองต้องมีรูปกล่องของขวัญแบบนี้อยู่มุมขวาล่างเสมอนะ เมื่อจองเสร็จแนะนำให้เซฟหน้าจอเก็บไว้ด้วย

รถเช่า

ไป road trip ไม่มีรถก็ใช่ road trip สิเนอะ รถเช่ามีหลายบริษัทให้เลือกจองเลย อันนี้ก็ต้องแล้วแต่สะดวกกันเลย โดยเวลาเราจองรถจะมี standard insurance มาให้ แต่ถ้าหากไม่ชัวร์ แนะนำให้ซื้อประกันเพิ่มเติมนะ จะมีแบบ CDW (collision damage waiver) ซึ่งจะ cover บางส่วนเป็นค่าประกันเสียหายส่วนแรก เราจ่ายตามราคาที่ตกลงไว้ หรือ SCDW ( Super collision damage waiver) คือไม่ต้องจ่ายสักบาทเลย แต่ไม่ได้รวมส่วนของยางรถยนต์ และ ค่าพยาบาลของผู้บาดเจ็บนะ แนะนำให้ศึกษาก่อน ไม่งั้นบางทีพอไปถึงเจ้าหน้าที่พูดแล้วเราอาจจะงง ยอมๆจ่ายไป สรุปแพงเลยจ้า
ภาพรวมการขับรถก็เป็นแบบนี้ เริ่มและสิ้นสุดที่เมือง Glasgow ขับวนตามเข็มนาฬิกา จะขับสวนทางกันก็ได้ไม่มีปัญหา แต่ละสีแทนเส้นทางที่ขับในแต่ละวัน
โอเคหลังจากเตรียมทุกอย่างพร้อมแล้ว (รวมจัดกระเป๋าด้วยนะ 555) ก็ออกรถกันเลย

Day 1

วันนี้เราออกเดินทางแต่เช้าจากเมือง Glasgow หลักจากแวะรับสมาชิกตามบ้านจนครบ มุ่งหน้าเข้าสู่เขต Highlands กันเลย เมื่อพอเข้าสู่เขต Highlands จะเห็นว่าสภาพแวดล้อมเปลี่ยนไปมาก เป็นสีเขียวขจีซะเกือบ 90% ไม่มีตึกสูงๆให้เห็นแล้ว เรียกได้ว่าธรรมชาติสุดๆจนทุกคนต้องร้องหูวววววววว
ขับไปตามทางเรื่อยๆ เราไปแวะจุดแรกที่เมือง Oban (จริงๆก็แวะถ่ายรูปตลอดทาง เพราะมันสวยทุกมุมจริงๆ)
เราตั้งใจมากิน fresh oyster กันที่เมืองนี้ ที่ร้าน Eeusk ร้านนี้ดังและวิวดีมาก Oyster ร้านนี้สดและหวานทุกตัว กินแล้วไม่กลัวท้องเสียเลย 555 ฟินสุดๆ แต่ราคาสูงนิดนึงนะ
อันนี้เป็นร้านซีฟู๊ดอีกร้าน ราคาถูกกว่า Eeusk มาก แนะนำให้กินทั้งสองร้านเพื่อเฉลียราคา 555
จุดต่อมาที่ไม่มาไม่ได้คือ Glencoe คำว่า Glen แปลว่า Narrow valley หรือหุบเขาแคบๆ แต่จริงๆ Glencoe ก็ดูไม่ค่อยแคบซะเท่าไร ออกจะกว้างขวางมากมากด้วยซ้ำ ที่นี่เป็นอีกจุดที่ถ่ายทำในภาพยนตร์มากมาย​โดยเฉพาะ Harry Potter เรื่องโปรดของเรา และถ้าใครมาทัวร์ จุดนี้ก็จะเป็นจุดแวะให้ถ่ายรูปอีกด้วย
มันสุดลูกหูลูกตาจริงๆ และเราสามารถเดินไปได้ทุกที่ๆมองเห็นเลยนะ แต่นานแค่ไหนนี่อีกเรื่องนะ อิอิ
มีมุมให้ถ่ายรูปเยอะมากๆ ตามทางจะมีจุดจอดรถเพื่อเดินหรือชมวิวได้ แนะนำว่าอย่าจอดมั่วๆเองข้างทางเพราะค่อนข้างอันตรายนะ ส่วนมากจะเป็นทางสวนกันแค่ 2 เลน
ต่อมาเราจะไปยอดชมยอดเขาที่สูงที่สุดในเกาะอังกฤษ ชื่อว่า Ben Nevis แต่เรามีเวลาไม่มากพอที่จะ hiking เลยได้แค่ไปหาที่ถ่ายรูปที่ The Old Inverlochy castle เป็นซากปราสาทเท่าที่เห็นยอดของ Ben Nevis พอดี
เริ่มเย็นแล้วเลยต้องทำเวลาหน่อย จากนี้จะไปจุดที่เรารอคอย ถ้าไม่ได้ไปเราไม่ยอมบอกเลย เป็นสถานที่ถ่ายทำที่ในเรื่อง Harry Potter เป็นฉากรถไฟไป Hogwarts นั่นเอง เรียกว่า Glenfinnan viaduct จุดนี้ไม่ได้ขับรถไปแล้วถึงเลยนะ ต้องเดินขึ้นเขาต่อไปอีกด้วย ถ้าใครมีเวลาก็กะเวลาดีๆจะได้เห็นรถไฟ Jacobite แล่นผ่านด้วย แต่เรามีหลายที่ต้องไป ได้แค่นี้ก็พอแล้ว
ถ่ายภาพเป็นที่ระทึก เอ้ย ระลึกซักหน่อย !

จากนี้ต้องไปขึ้น Ferry เพื่อข้ามไป Isle of Skye ซึ่งตอนแรกพอเราไปถึง Ferry ที่เมือง Malliag เค้าบอกว่าเที่ยวสุดท้ายเต็มแล้วจ้า แต่สุดท้ายมัน fit ได้อีกคันพอดีโชคดีมากกกก ไม่งั้นต้องขับรถอ้อมไปขึ้นสะพานข้ามไปอีกเป็นชั่วโมง และตอนนั้นน่าจะ 1-2 ทุ่ม
ฟ้าวันนี้สีสวยมากจริงๆ ฟินสุดๆ

หลังจากข้าม Ferry มาแล้วนั้น Ferry จะมาจอดที่เมือง Armadale ที่ตอนล่างสุดของเกาะ กองทัพต้องเดินด้วยท้อง เราก็หาโรงแรมแรกที่เจอแวะกินอาหารเย็น เป็นโรงแรมเล็กๆแต่แบบหรูมากและ traditional สุดๆ เกร็งไปหมดจ้า อาหารมื้อนี้เลยไม่ได้ถ่ายอะไรมามาก เป็น Fine dining จริงๆที่ต้องกินเพราะต้องใช้เวลาสักพักเลยกว่าจะขับไปถึง Portree ซึ่งไม่ทันร้านอาหารแน่นอน จากนั้นขับไปเรื่อยๆฟ้าเริ่มมืด และเราก็ได้พบกับสิ่งนี้ ทำให้ต้องหยุดแวะกลางทางเพื่อถ่ายรูป สวยสะกดใจจริงๆ แบบที่นี่มีบนโลกจริงๆหรอ Is it heaven? สวยจนร้องหูวกันไปอีกหลายล้านรอบ

ที่พักเราคืนนี้อยู่ที่เมือง Uig ด้านเหนือของเกาะ เป็น Pod ที่น่ารักมากชื่อ The Cowshed boutique bunkhouse เราไปถึงดึกมากๆ จน reception ปิดไปแล้ว เค้าฝากกุญแจใส่ซองไว้ให้ เป็น private bunk bed มานอนแบบนี้ต้องปูผ้าปูเองด้วยนะ ห้องน้ำรวมแต่สะอาดมาก

Day 2

วิวตอนเช้าก็จะประมาณนี้ ที่พักน่ารักมากๆ มีเป็น Private house ด้วยนะ มีครัวและห้องน้ำในตัวเลย แต่นอนได้แค่ 2 คนเท่านั้น วิวดีสุดๆ
เสียดายที่วันนี้อากาศไม่ค่อยดี และเรามีเวลาที่ Skye แค่วันเดียว ซึ่งจริงๆน้อยไปนะ ควรมานานกว่านี้
เราแวะไปหา breakfast กินในเมือง Uig พร้อมส่ง postcard ให้ตัวเองด้วย เป็นสิ่งที่เราทำทุกครั้งเมื่อไปเที่ยวต่างประเทศ คิดว่าเป็นของฝากสำหรับตัวเองที่ดีที่สุดแล้ว พอกลับมาดูที่เขียนก็จะนึกถึงทริปที่ไปมาได้ ถูกด้วย อันนี้สำคัญ 555
จากนั้นเราไปที่ Fairy Glen แถวที่พัก อันนี้อยู่นอกเหนือแผนแต่ reception บอกว่ายูต้องไปนะ ซึ่งมันก็สวยมากกกกจริงๆๆๆ so fairy tales จะปีนไปตรงไหนก็ได้หมดเลย
ไม่แน่ใจว่าวงๆคล้ายก้นหอยเป็นผลงานมนุษย์หรือว่า fairy กันแน่นะ แต่สวยมากจริงๆ
ระหว่างทางก็จะสวยประมาณนี้แม้วันนี้ท้องฟ้าจะไม่เป็นใจ แต่แค่นี้ก็สวยมากแล้วจริงๆ
การขับรถบน Isle of skye ไม่ยากเลย มีถนนหลักเส้น A855 วนลูปไปรอบเกาะ
น้องวัวดูเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีความสุขที่สุดบนเกาะนี้แล้วแหละ
รองลงมาเป็นน้องแกะ วิ่งพล่านกันไปทั่ว ขับรถก็ระมัดระวังสัตว์กันด้วยนะจ๊ะ
เราตั้งใจจะมาแวะถ่ายรูปกันที่ The Quiraing แต่อนิจจา พอขับไปถึง หมอกลงจ้า และนีคือสิ่งที่ได้… เลยอาศัยการดูภาพจากเพื่อนที่เคยไปมาแทน T^T
ขับไปเรื่อยๆเพลิดเพลินกับวิวไป ฝนเริ่มลงเม็ด และเราเจอร้านกาแฟสุดชิคพอดี ชื่อว่า Single track เลยขอแวะนั่งเพลินๆซะหน่อย (แบบไม่แคร์เวลาและแพลนที่เหลือ)
Kilt Rock waterfall เป็นอีกจุดที่เราจะไป เป็นมุมมหาชนเลยก็ว่าได้ ทุกคนจะถ่ายรูปได้มุมเดียวกันเพราะเค้ากั้นไว้ ไปได้แค่ตรงนี้ 555
และเดินต่อไปอีกแถวนั้นก็เจอมุมสวยๆกับอีกน้ำตกชื่อ Leat falls
ต่อมาเป็นที่ๆเราตั้งใจมา Trekking กันก็คือ Old Man of Storr นั่นเอง แต่หมอกลงหนักมากเว่อเห็น Old man แบบ mystery สุดๆ ค่อนข้างทรหดเหมือนกัน แอบลื่นด้วย แต่สู้ตาย ไหนๆมาแล้วก็เดินนั่นแหละ ไปกลับประมาณ 3 ชั่วโมงรวมถ่ายภาพด้วย ชิวเว่ออ 555555555
วิวตอนเดินกลับ ฟ้าเริ่มเปิด
เรารีบขับตรงไปที่ Portree เมืองหลวงของเกาะนี้ ไปถ่ายรูปตรงมุมมหาชนและซื้อของกินง่ายๆใน supermarket กักตุนเพื่อไปต่อ เสียใจพลาดร้านน่ากินในเมืองไปหมดเลย
ตั้งใจจะไป Fairy pool แต่ฝนเริ่มลงหนักมาก เลยได้ถ่ายแค่ป้าย เพราะต้องเดินเข้าไปอีกไกลมาก เสียใจ T^T
ถ่ายบนถนนแทนก็ได้ ฮือๆ
จริงๆ ที่เราได้เที่ยวเป็นส่วนด้านบนของเกาะเท่านั้น ยังเหลือด้าน west และตรงกลางอีกด้วยที่ยังไม่ได้ไป ได้แต่ขับรถผ่าน Iske of Skye ดูเหมือนเล็ก แต่มีที่เที่ยวเยอะมาก แต่ละที่ค่อนข้างใช้เวลาและพละกำลัง แต้มบุญต้องพกมาให้ฟ้าเปิดอีกด้วย
และนี่คือแสงสุดท้ายสำหรับวันนี้ก่อนจากเกาะนี้ไป
เราขับรถข้าม Kyle of Lochalsh เพื่อไปให้ถึง Inverness ในคืนนี้ บอกเลยว่าถึงที่พักเที่ยงคืน
ระหว่างทางมีแวะถ่าย Ellian Donan castle ด้วย ได้แต่ด้านนอกเพราะปราสาทปิดแล้ว ซึ่งที่นี่ได้ใช้ถ่ายภาพยนตร์เรื่อง James Bond Skyfall , MI6 และเรื่องอื่นๆอีกด้วย

Day 3

มาทริปนี้ตื่นเช้าทุกวันจริงๆ ที่พักมีไว้แค่นอนเท่านั้น 8 โมงก็มา Breakfast เพื่อเตรียมตัวเที่ยวต่อแล้ว
เมือง Inverness ค่อนข้างน่ารักและมีชีวิตชีวามากๆ อยู่กับธรรมชาติมา 2 วันเจอเมืองหน่อยก็กระปรี้กระเปร่าดีนะ
เราขับขึ้นไปทางเหนือไปเที่ยวเมืองชื่อ Brora ที่จริงๆไม่ได้อยู่ในแพลนซะเท่าไร แต่พี่ๆอยากไป มีหรือจะไม่ให้ ไปสิไปปปป ที่นี่เราได้เจอ Fish and chips ที่อร่อยและถูกมากกกกก unexpectable จริงๆ
ได้แวะเที่ยว Dunrobin castle ด้วย แต่เที่ยวแบบทำเวลาหน่อยๆนะ เพราะช่วงบ่ายเรามีนัดกับ Nessie จ้า ไป Lochness นั่นเอง
ไหนๆมาแล้วนั่งเรือแบบปกติมันธรรมดาเกินไป เราขอนั่ง Rib rides เลยเพื่อความมันส์ ต้องมีเปลี่ยนชุดและใส่ชูชีพด้วยนะ เพราะในทะเลสาบหนาวมากๆ ในทัวร์ก็จะมีแวะตามจุดแล้วอธิบายโน่นนี่ มี story เยอะดี 555 และสีน้ำในทะเลสาบออกสีน้ำตาลๆเป็นที่มาของสีเบียร์ Guinness นั่นเองงงงงงงง ส่วนวันนี้ยังไม่พบ Nessie นะจ๊ะ 55555
จากนั้นเราขับไปต่อโดยขอขับออกนอกเส้นทางหลัก ใช้ Local road แทน เจอมุมสวยๆเต็มไปหมดอีกแล้วววววว
ขับมาสักพักก็มาถึง Cairngorm National Park ซึ่งใหญ่มากกกก แต่เราจะใช้เป็นทางผ่านเพื่อไป Aberdeen ที่เป็นที่พักของเราในคืนนี้ โดย Cairngorm หลักๆคือจะมาเที่ยว Safari ส่องสัตว์กันซะมากกว่า และเรายังพอมีเวลาเหลือ เลยแวะตามหาไก่ดำที่หายไป 555 เค้าบอกว่าเจอเยอะแถวนี้ แต่ก็นกไปนะจ้า
วิวริมทะเลสาบชิวมากๆ อยากหยุดเวลาไว้ตรงนี้นานๆ ตรงนี้เรียกว่า Loch Garten ลองจุ่มเท้าลงในน้ำดูสิ บอกเลยสบายและผ่อนคลายมาก
ฟ้าเริ่มมืดแล้ว เราก็ยังอยู่ใน National park นี้ เพราะมันกว้างมากจริงๆ ถ้ามาเที่ยวจริงๆน่าจะใช้เวลาได้หลายวันเลย ในนี้มี community มีบ้าน ชุมชน โรงเรียนด้วยมั้ง 5555
ดวงจันทร์คืนนี้เต็มดวงสวยงามมาก ขับอยู่กลางป่ามีต้นสนเรียงรายนับพัน เหมือนอยู่ในเทพนิยายชัดๆ แต่มืดมากเลยไม่ได้ถ่ายมา ขอดึ่มด่ำค่ำคืนนี้ด้วยสองตาของเราเอง และที่ตลกมากคือ มีถนนเส้นนึงเป็นกระต่ายกระโดดไปมาทั้งเส้น ขับยากมากเพราะเราไม่อยากทับน้องแม้แต่ตัวเดียว และยังขับไปเจอบริเวณ Ski ตอนฤดูหนาวด้วย แต่ตอนนี้ไม่มีหิมะก็จะประมาณนี้
ในที่สุดเราก็มาถึง Aberdeen เที่ยงคืนอีกแล้ว มีแวะชม Urqahart castle ตอนกลางคืนด้วย แต่มันมืดมาก เหมือนไปล่าท้าผีเลย 555 มีกรุ๊ปอื่นมากลางคืนเหมือนเราเหมือนกัน

Day 4

วันนี้วันสุดท้ายแล้วก็ชิวหน่อยๆ ที่พักที่ Aberdeen ดีมาก จองใน Booking.com นั่นแหละห้องกว้าง เป็น apartment ราคาไม่แพงด้วย เราหาอะไรกินนิดหน่อยในเมืองแล้วไปต่อ
อีกหนึ่ง tourist attraction นั่นก็คือ Dunnottar castle
ถ่ายรูปกันจนหนำใจ ได้เวลาขับรถกลับ Glasgow กันแล้ว ใช้เวลาไม่นาน ทางดีมากๆ มีแวะกิน Angus beef ระหว่างทางด้วย แต่รสชาติยังไม่สุดเท่าไร แวะ Fourth bridge เพื่อถ่ายรูป ตรงนี้สุดท้ายจริงๆแล้วก่อนกลับไป Glasgow เพื่อคืนรถ
ถ้าถามว่าควรมาเที่ยว Highlands กี่วัน สำหรับเราคิดว่า 4 วันในทริปนี้อาจจะน้อยไปหน่อย ได้เก็บที่หลักๆครบ แต่เราเป็นคนชอบค่อยๆเที่ยวมากกว่า อยากใช้เวลาที่ Isle of skye มากกว่านี้ ต้องมีกลับมาซ้ำรอบหน้าอย่างแน่นอน เป็นไปได้อยากมาให้ครบทุก season คิดว่าน่าจะสวยไปอีกแบบ

Scottish highlands สวยจริงๆและเป็นสถานที่ๆเหมาะกับการพักผ่อนที่แท้จริง เพราะทัศนียภาพต่างๆบอกเลยไม่ซ้ำที่ไหน ไม่เหมือนที่ไหนแน่นอน ยิ่งในไทยยิ่งไม่มี เหมือนได้ไปอยู่อีกโลก และอยู่กับตัวเอง เป็นการชาร์จแบตให้กับตัวเองได้ดีอีกที่หนึ่งเลย แนะนำมากๆ

สุดท้ายนี้อย่าลืมจองที่พักผ่าน booking.com เพื่อรับเงินคืนฟรีๆไปเลย 1,000 บาท ผ่านลิ้งค์นี้นะจ๊ะ